่งโหยว “แต่ต่อมา…ต่อมาทางการบอกว่าท่านอารมณ์แปรปรวน ใจแคบ หาได้นำความผาสุกมาสู่ชาวบ้าน แต่กลับใช้อิทธิฤทธิ์ทำร้ายผู้ที่ไม่ศรัทธาท่าน เมื่อปีที่แล้วจึงมีการติดประกาศตามย่านชุมชน ห้ามไม่ให้กราบไหว้ท่านอีก ทั้งยังสั่งรื้อศาลเจ้าทิ้งเสีย ทว่า…ก็ยังมีคนลอบสักการะท่านอยู่อีกไม่น้อยเลยนะขอรับ”
อารมณ์แปรปรวน ใจแคบ
ซ่งโหยวครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ถามออกไปตรงๆ ว่าเทพองค์นี้อารมณ์แปรปรวนหรือใจแคบอย่างไร เพราะเกรงจะทำให้ลูกจ้างตระหนกตกใจอีก จึงถามเพียงว่า
“ไม่ทราบว่าเทพจี๋เล่อองค์นี้มีอิทธิฤทธิ์ด้านใดหรือ”
“อิทธิฤทธิ์ด้านใดหรือขอรับ”
“ยกตัวอย่างเช่น เทพสายฟ้าปราบปีศาจ หากศรัทธาเทพสายฟ้า ปีศาจและคนชั่วก็ไม่อาจเข้าใกล้ผู้บูชาได้” ซ่งโหยวก้มหน้า ใช้ตะเกียบเขี่ยเมล็ดข้าวในชาม โดยเฉพาะเจ้าชิ้นสีแดงเขียวเล็กๆ นั่น “หรืออย่างเยี่ยนเซียนที่เพิ่งมีรูปเคารพศาลเจ้าเมื่อไม่กี่ปีก่อน หากศรัทธาท่าน พืชพันธุ์ธัญญาหารย่อมบริบูรณ์”
“เขาเล่ากันว่า หากศรัทธาในเทพจี๋เล่อจะร่ำรวยเงินทองขอรับ”
“ร่ำรวยหรือ”
ซ่งโหยวเม้มปากเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่ามีเทพองค์ใดที่กุมชะตาด้านโชคลาภเงินทองได้จริงๆ หรือไม่ แต่ตามตำนานเล่าขาน เทพที่ดูแลด้านนี้ไม่ว่าจะในรัชสมัยก่อนหรือรัชสมัยปัจจุบัน หรือจะเปลี่ยนผ่านไปกี่องค์ มักจะเป็นเทพชั้นสูงทั้งสิ้น
เหตุผลนั้นไม่ซับซ้อน
เพราะแรงศรัทธาในด้านนี้มันมหาศาลนัก
มนุษย์ทุกคนล้วนรักในทรัพย์สินเงิน