ทอง โดยเฉพาะในยุคที่การค้ามั่งคั่งถึงขีดสุดเช่นราชวงศ์ต้าเยี่ยน ความละโมภเป็นเรื่องปกติของปุถุชน ทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการหาเงินทอง ไม่มีใครอยากขัดสนในโชคลาภ
เช่นนั้นเทพที่ดูแลด้านเงินทองย่อมได้รับความนิยมเป็นธรรมดา
แม้แต่บางคนที่ปกติมิเคยเข้าวัดวาอาราม แต่เมื่อยืนต่อหน้าเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ก็ยังต้องก้มศีรษะอันจองหองลงมา
ดังนั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าเทพแห่งโชคลาภจะเป็นผู้ใด ก็มักจะเป็นหนึ่งในเทพที่ผู้คนนิยมชมชอบมากที่สุดเสมอมา
เพียงได้ยินลูกจ้างบอกว่าเทพจี๋เล่อดูแลเรื่องโชคลาภ ซ่งโหยวก็เข้าใจทันทีว่าเมื่อก่อนแรงศรัทธาของเทพองค์นี้ในนครหยางตูต้องรุ่งเรืองถึงขีดสุดแน่ ทว่าสิ่งนี้ก็เป็นตัวกำหนดเช่นกันว่า ความเชื่อนี้ยากจะแผ่ขยายออกไปนอกหยางตูได้
“ศรัทธาแล้วจะร่ำรวยจริงๆ หรือ” ซ่งโหยวก้มลงมองเจ้าแมวของตน เห็นนางนั่งนิ่งอยู่บนม้านั่ง แม้แต่ปลาทอดก็ยังไม่กิน แต่นางกลับยืดตัวตรง ชูคอขึ้นสูงเพื่อให้ดวงตาอยู่เหนือขอบโต๊ะ จ้องเขม็งไปที่ลูกจ้างตาไม่กะพริบ เขาจึงเอ่ยถามแทนนาง
“จะรวยจริงไหมผู้น้อยมิอาจทราบได้ แต่ถ้าไม่ศรัทธาละก็ ต้องจนลงแน่ๆ ขอรับ ไม่แน่ว่าอาจจะต้องเสียทรัพย์ด้วย” ลูกจ้างลดเสียงต่ำลง
“เป็นเพราะเหตุใดเล่า”
“หากไม่ศรัทธาก็ยังพอว่า แต่ถ้าไปทำให้ท่านพิโรธเข้าละก็…” ลูกจ้างชะงักไปครู่ กวาดสายตามองนักพรต ก่อนจะกวาดมาทางแมวข้างกายนักพรตที่จ้องเขาเขม็ง รู้สึกตะหงิดๆ ว่าสายตาของแมว