ตัวนี้ดูเหมือนมนุษย์เหลือเกิน เขาลังเลก่อนจะขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบว่า “หลายปีก่อน มักจะมีผู้ดีไปก่อเรื่องให้เทพเจ้าโกรธเคืองจนสมบัติล้ำค่าในบ้านสูญหายไป หรือบางทีเงินทองที่ชาวบ้านเก็บออมไว้ก็บินออกจากหน้าต่างไปเอง กระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง เสียงเหรียญหล่นดังก้องไปทั่วถนน แม้แต่เกษตรกรที่ปลูกผักทำนาก็ยังปลูกอะไรไม่ขึ้นเลยขอรับ”
“หืม”
นักพรตหนุ่มแสดงสีหน้าฉงน
แม้แต่เจ้าแมวน้อยยังดวงตาหดเล็กลง ดูคล้ายนางจะถอดความหมายออกจึงรู้สึกตกใจตามไปด้วย
ลูกจ้างเห็นท่าทางของเจ้าแมวแล้วก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
“เป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรือ”
“จะเป็นเรื่องเท็จได้อย่างไรขอรับ!” ลูกจ้างเบิกตากว้าง “ชาวหยางตูรู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น ยังมีหลายคนเคยอาศัยบารมีเทพจี๋เล่อไปเก็บเงินตามถนนมาแล้วเลย ท่านนักพรตถามใครใครก็รู้เรื่องขอรับ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง”
ซ่งโหยวเข้าใจได้ทันทีว่าเทพองค์นี้อารมณ์แปรปรวนและใจแคบเพราะอะไร
เขาตกอยู่ในภวังค์ครุ่นคิดชั่วขณะ
แม้หยางตูจะเป็นนครยิ่งใหญ่อันดับสองของใต้หล้า ซ้ำยังรุ่งเรืองยิ่งกว่าฉางจิงเสียอีก แต่กลับไม่ใช่ชัยภูมิวิเศษหรือมีพลังวิญญาณหนาแน่นแต่อย่างใด ท่ามกลางถนนหนทางที่ผู้คนเดินเบียดเสียดกันเช่นนี้ ย่อมไร้วี่แววของสมบัติฟ้าดิน ทว่าหยางตูกลับมั่งคั่งดุจแดนฝัน เป็นศูนย์รวมของพ่อค้าวานิช ผู้คนจากทุกแคว้นทั่วอาณาจักรต้าเยี่ยนย่อมนำเอาสมบัติทิพย์และตัวยาหายากมาส่งรวมกันที่ศู