นย์กลางทางการค้าแห่งนี้
ดังนั้น เทพจี๋เล่อองค์นี้จึงแตกต่างจากเทพท้องถิ่นอื่นๆ ในหยางโจว มันน่าจะใช้วิธีการคล้ายกับปรมาจารย์ที่อี้ตู นั่นคือการยืมมือเหล่าเหล่าขุนนางและเศรษฐีในหยางตูเพื่อที่ตนจะได้ครอบครองทรัพย์สินล้ำค่าเหล่านั้น
บังเอิญนัก ทั้งสองดูจะชำนาญเรื่องเดียวกัน
ตอนนี้ซ่งโหยวสันนิษฐานคร่าวๆ ว่า สมบัติที่หายไปจากบ้านของผู้ลาภมากดีเหล่านั้น ส่วนใหญ่น่าจะเป็นสมบัติวิเศษหรือล้ำค่า ซึ่งสุดท้ายคงถูกส่งไปที่แคว้นเฟิงโจว
ทว่าเทพจี๋เล่อองค์นี้กลับทำเกินขอบเขตไปมาก
เหล่าผู้ลาภมากดีในยุคสมัยนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้กดขี่ หากอิงตามแนวคิดของราชครู บัดนี้จะเห็นว่าคลื่นใต้น้ำในอาณาจักรต้าเยี่ยนได้ก่อตัวขึ้นมานานแล้ว การที่ราชครูยังไม่ได้ยึดทรัพย์หรือตัดหัวพวกเขาก็นับว่าปรานีมาก จะหยิบฉวยสมบัติวิเศษหรือตัวยาหายากจากคลังของพวกเขามาบ้าง ก็คงไม่ได้สร้างความละอายใจให้ราชครูนัก ทว่าในระหว่างขั้นตอนนี้ เทพจี๋เล่อกลับพบว่าตนเองสามารถกอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากจุดนี้ได้ จึงเริ่มหันมาขูดรีดและบีบบังคับเอาแรงศรัทธาจากผู้คน หากใครไม่ศรัทธาหรือขัดขืน ก็จะใช้อิทธิฤทธิ์ขโมยทรัพย์สินของเขาไปหรือทำให้พืชพันธุ์ไม่ผลิผล นี่ถือเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์
ชาวบ้านทั่วไปหาได้มีทรัพย์สินล้นฟ้าเหมือนขุนนางเศรษฐี พวกเขาคือกลุ่มคนที่อยู่ชั้นล่างสุดของสังคม หากเงินทองโบยบินหายไป หรือทำนามาทั้งปีแล้วไม่มีผลผลิตเลี้ยงชีพ พวกเขาก็ค