ื่องอะไรหรือขอรับ”
หัวใจของลูกจ้างพลันกระตุกวูบ
เมื่อครู่ที่นักพรตท่านนี้ถามเรื่องเทพจี๋เล่อ หากไม่ใช่เพราะปัจจุบันเทพองค์นี้ตกต่ำลงกว่าเมื่อก่อนมาก ต่อให้เขากล้าพูดเพียงใดก็คงไม่กล้าเล่าความจริงออกมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องรวบรวมความกล้าอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ว่าคราวนี้จะถามเรื่องอะไร
ทว่ากลับเห็นนักพรตหนุ่มใช้ตะเกียบคีบผักชิ้นสี่เหลี่ยมสีเขียวอ่อนออกมาจากชาม ชูขึ้นแล้วเอ่ยถามว่า “สิ่งนี้คือมันนางแอ่นใช่หรือไม่”
“เฮ้อ…”
ลูกจ้างระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบเอ่ยชม “ท่านนักพรตช่างตาถึงนัก สิ่งนี้คือมันนางแอ่นจริงๆ ขอรับ เมื่อสองปีก่อนทางการเพิ่งสนับสนุนให้ชาวหยางโจวเริ่มเพาะปลูก ท่านนักพรตช่างมีความรู้กว้างขวางเหลือเกิน!”
“จะหาซื้อสิ่งนี้ได้จากที่ไหนหรือ”
“ข้ามสะพานไปทางขวามือ ตลาดตอนเช้ามีขายขอรับ แต่ต้องไปตั้งแต่เช้าตรู่นะขอรับ เพราะหากเลยยามเที่ยงพวกพ่อค้าผักก็พากันกลับหมดแล้ว”
“แล้วสิ่งนี้เล่า”
ซ่งโหยวคีบชิ้นสี่เหลี่ยมสีแดงขึ้นมาอีกชิ้น
“หงหลัวโปขอรับ ไม่รู้ว่ามาจากที่ใดเหมือนกัน แต่ช่วงปีหลังๆ มานี้ชาวหยางโจวปลูกกันเยอะทีเดียว ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพอดีเลย พวกเรามักจะหั่นเป็นลูกเต๋าแล้วนำไปหุงกับข้าว หรือบางทีก็เอามาผัดเปล่าๆ หากท่านนักพรตชอบ วันหน้ามีเวลาเชิญแวะมาทานอีกนะขอรับ อาหารร้านเราว่ากันตามรสมือขอรับ”
“หากมีเวลา ข้าจะแวะมาอีกแน่”
ซ่งโหยวพยักหน้าให้เขาทั้งรอยยิ