ว้เทพองค์ใดจึงจะไม่เจอคลื่นลมแรง หากตกทะเลต้องตะโกนขานนามเทพองค์ใด รวมถึงควรเซ่นไหว้เทพช่วงเวลาใดจึงจะดีที่สุด และต้องถวายสิ่งใดจึงจะถูกใจเพ ทุกอย่างถูกเขียนไว้อย่างชัดเจน ไม่อาจทราบได้ว่ามีส่วนจริงเท็จประการใด
นอกจากนี้ยังมีธรรมเนียมประเพณีที่แปลกประหลาดและเรื่องน่าสนใจอื่นๆ อีกมาก
ซ่งโหยวอ่านจนลืมเวลา
ไม่รู้ว่าเจ้าแมวแปลงกายกลับเป็นเด็กหญิงตัวน้อย มายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ซ้ำแล้วยังเอาแต่จ้องมองหนังสือเล่มนั้นโดยไม่พูดไม่จาเช่นเดียวกันกับเขา
“แม่นางสามสีเห็นหรือยัง คนสมัยนี้มักจะเขียนหนังสือกันเช่นนี้” ซ่งโหยวแสร้งอ่านช้าลง ใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามตัวอักษรขณะพลิกหน้ากระดาษ พร้อมเอ่ยปากกล่าวโดยไม่ได้หันกลับไปมอง “แต่เรื่องราวที่บันทึกในนี้ส่วนใหญ่จะสั้นมากและค่อนข้างสะเปะสะปะ เป็นการนำเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องมาปะติดปะต่อกัน ซึ่งต่างจาก ผลงานเอกที่แม่นางสามสีตั้งใจจะเขียนนะ”
“อื้อ…”
“หากแม่นางสามสีบันทึกเรื่องราวตั้งแต่เราเดินเรือออกทะเลจากหลานอัน ทุกสิ่งที่ได้พบเห็นระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นตอนตกปลา ตอนเห็นวาฬกระโจนเหนือน้ำ หรือจะเป็นทิวทัศน์ริมทาง เรื่อยไปจนถึงอาณาจักรยักษา อาณาจักรสรรพสัตว์ อาณาจักรคนแคระและบรรดาดินแดนโพ้นทะเลอันสับสนวุ่นวายเหล่านั้น…นำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกัน มันย่อมกลายเป็นตำราที่ไม่เคยมีผู้ใดในใต้หล้าบรรจงเขียนมาก่อน เพราะมันคือเส้นทางที่ไม่เคยมีผู้ใดไปเยือนอ