่เป็นเรื่องอัศจรรย์ซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอนกายถอยหลังหลบตามสัญชาตญาณ
ครั้นพอตั้งสติได้ จึงรีบกลับมานั่งสำรวมดังเดิม
นกนางแอ่นร่อนลงบนโต๊ะ
ผลไม้สีแดงลูกนั้นถูกวางไว้กับโต๊ะ มันกลิ้งไปมาสองสามตลบก่อนจะหยุดนิ่งลงเมื่อถูกเส้นด้ายเหนี่ยวรั้งไว้สุดแรง
“ไม่ทราบว่า…”
ชิงหวายจื่อเอ่ยถามด้วยความกระอักกระอ่วนใจ
นกนางแอ่นจ้องตาเขาและเปิดปากพูดออกมาเป็นภาษามนุษย์ว่า “ใช่ท่านนักพรตชิงหวายจื่อหรือไม่”
“เป็นข้าเอง!”
“เมื่อหลายวันก่อนเราได้พบกันหนหนึ่ง เพียงแต่…เพียงแต่ข้าสติปัญญาเบาบาง ภาพใบหน้าของท่านนักพรตจึงเลือนรางไปบ้าง โปรดให้อภัยด้วย”
ในครานี้ แม้จะถูกมอบหมายให้มาส่งของเหมือนเดิม แต่เยี่ยนอันกลับพูดจาได้ฉะฉานรื่นหูมากกว่าเมื่อครั้นเยาว์วัยยามยังอยู่ที่อันชิงนัก
“มิกล้า มิกล้า…”
ชิงหวายจื่อยังคงถือคัมภีร์เต๋าไว้พร้อมกับสนทนากับวิหคด้วยความรู้สึกมหัศจรรย์ใจ ทว่าในฐานะที่เป็นนักพรต เขาจึงยังคงความสงบเยือกเย็นไว้ได้และถามต่อว่า “ท่านเซียนนางแอ่นน้อยมาที่นี่ด้วยธุระอันใดหรือ”
“เมื่อไม่กี่วันก่อนอาจารย์ของข้าจึงได้ไปเยือนเขาฉยงซานเพราะคำชี้แนะของท่าน ที่นั่นมีขุนเขางดงามสายน้ำใสสะอาด เปี่ยมล้นด้วยพลังวิญญาณ ได้รับประโยชน์มากมายมหาศาล อีกทั้งวันนั้นพวกเรายังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากท่าน ท่านอาจารย์จึงรำลึกถึงไมตรีจิตเมื่อครานั้นอยู่เสมอ”
นกนางแอ่นร่ายยาวในคราวเดียว น้ำเสียงคล