้ายกับกำลังท่องบทเรียนที่เตรียมมา “ข้ากับท่านอาจารย์จะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ประจวบเหมาะกับตอนไปเยือนเขาฉยงซาน ได้พบต้นไม้ทิพย์ต้นหนึ่งในจุดที่พลังวิญญาณหนาแน่นที่สุด จึงเด็ดติดมือกลับมาบ้าง ท่านอาจารย์ก็ได้ฝากให้ข้านำมามอบให้ท่านหนึ่งผล ให้ท่านได้ลิ้มรส ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจ”
“จะดีหรือ ข้าเกรงใจนัก…”
“ข้าส่งผลทิพย์ถึงมือท่านแล้ว คงไม่รบกวนเวลาท่านนานไปกว่านี้ ขอลาท่านนักพรตไปก่อน”
“…”
นกนางแอ่นทำตามขั้นตอนที่ซักซ้อมมาระหว่างทางที่บินมาตั้งหลายหน ในที่สุดก็พูดได้ลื่นไหลไม่ติดขัด ไม่ทำให้ซ่งโหยวต้องเสียหน้า ซ้ำยังไม่เปิดโอกาสให้ชิงหวายจื่อได้กล่าวคำทัดทาน เพียงสะบัดกายกระพือปีกโผบินออกทางหน้าต่างไปทันที
กลับคืนสู่ผืนนภาอันกว้างใหญ่ ล่องลอยไปตามลมอย่างเสรี
ฝ่ายชิงหวายจื่อรีบลุกขึ้นก้าวไปที่ริมหน้าต่าง ประสานมือคารวะส่งสายตาตามหลังนกน้อยที่ลับตาไป ดวงตาของเขายังคงเบิกกว้างด้วยความทึ่ง
“ที่แท้…”
ที่แท้ก็เป็นนกนางแอ่นจริงๆ ด้วย
วาจาสุภาพเรียบร้อย กิริยามารยาทเพียบพร้อมเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ภูตตามป่าเป็นแน่ ประกอบกับเหตุการณ์เยี่ยนเซียนสำแดงฤทธิ์เดชในวันนั้น นกนางแอ่นเมื่อครู่จะต้องเป็นทายาทของเยี่ยนเซียนเป็นแน่
ชิงหวายจื่อทอดสายตามองไปไกล จนกระทั่งจุดสีดำเล็กๆ เลือนหายไปในหมู่เมฆอย่างสมบูรณ์ จึงค่อยละสายตากลับมา เขารีบนั่งลงที่เดิมแล้วหยิบผลไม้สีแดงบนโต๊ะขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
ผลสีแดงใสกระจ่า