เพื่อกำจัดเทพนอกรีตบนเขานี้แน่ๆ!”
“คงจะเป็นเช่นนั้น…”
“แล้วเหตุใดท่านนักพรตจึงตามหาเทพนอกรีตนั่นเล่า”
“เพียงแค่นึกสงสัยน่ะ จึงถือโอกาสขึ้นมาชมทัศนียภาพบนเขาด้วย”
“ที่แท้ก็ชอบหาเหาใส่หัว…”
“ฮ่าๆ ขอบคุณท่านมาก”
ซ่งโหยวยิ้มพร้อมประสานมือลา
จากนั้นจึงมุ่งหน้าขึ้นเขาต่อไป
เบื้องหน้าคือป่าเขารกชัฏ เบื้องหลังก็เช่นกัน ครู่ต่อมาเสียงขับร้องของคนตัดฟืนก็แว่วมาอีกครา เสียงนั้นดังกังวานไปทั่วทั้งป่า
“อย่าได้กล่าวว่าหมื่นเรื่องราวพลันสูญสลายเมื่อเหลียวหลัง…”
“ยามมิได้เหลียวหลัง ทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงฝัน…”
นักพรตหนุ่มเผยสีหน้าสงบเยือกเย็น ฝีเท้านั้นก็ไม่เคยหยุดนิ่งกับที่
น้ำพุกลางป่ากลายเป็นลำธารรินไหลลงมา
เมื่อนักพรตเดินจนเหนื่อยล้าและรู้สึกกระหาย จึงยื่นมือไปวักน้ำขึ้นมาดื่ม รสสัมผัสเย็นช่ำแผ่ซ่านไปทั่วทั้งช่องปาก
“นักพรตน้อย!”
“…”
ซ่งโหยวมองตามเสียง เห็นแมวน้อยหมอบลงริมลำธาร พร้อมกับกำลังหันหน้ามามองเขา
ผิวน้ำสะท้อนเงาใบหน้าอันงดงามของนาง พร้อมกับแววตาที่เจือไปด้วยความสงสัยและแปลกใหม่ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นใสกระจ่างประดุจแก้ว
“เหตุใดเขาจึงเรียกเจ้าว่านักพรตน้อยเล่า”
“คงเห็นว่าข้ายังเยาว์วัย คงเป็นภาษาถิ่นของที่นี่น่ะ” ซ่งโหยวตอบเสียงเบา “ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอก”
“ไอ้หยา! นักพรตน้อยท่านนี้ ฉลาดไม่เบาเลยนี่!”
“แม่นางสามสีจะเรียน!”
“…”
“วันนี้เทพเจ้าบนเขาถูกนักพรตชราจัดการไปแล้ว พวกเรายังจะขึ้นเขาไปอ