ีกหรือ” แมวสามสีถามด้วยท่าทางจริงจัง
“ย่อมต้องไป”
“ที่แท้ก็ชอบหาเหาใส่หัว~”
“แม่นางสามสี…”
“หือ”
เจ้าแมวเอียงคอจ้องมองเขาด้วยความสงสัยแทน
“เฮ้อ…”
ซ่งโหยวส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวกับนางว่า “เจ้ารีบดื่มน้ำเถิด พวกเราจะได้ออกเดินทางต่อ”
“ก็ได้!”
แมวสามสีจึงยอมสงบลง นางหมอบตัวลงต่ำกว่าเดิมเล็กน้อย แล้วก้มหน้าดื่มน้ำในลำธาร
ดูเหมือนจะมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็นึกไม่ออกเช่นกัน
ไม่นานก็ลืมเลือนไป
“แม่นางสามสีดื่มน้ำเสร็จแล้ว!” เจ้าแมวยืดตัวขึ้น นางเดินกลับมาจากริมลำธาร แล้วเงยหน้าขึ้นมองนักพรต “ไปกันเถิด นักพรตน้อย!”
“…”
หนึ่งคนหนึ่งแมวมุ่งหน้าขึ้นสู่เขาสูง โดยมีนกนางแอ่นคอยบินโฉบผ่านผืนฟ้าไปด้วย
มองลงไปเบื้องล่างเห็นสายน้ำและขุนเขา มองไกลออกไปจะเห็นอำเภออิ๋นหวา ยิ่งปีนสูงขึ้นไป ลมยามสารทฤดูใบไม้ร่วงก็ยิ่งพัดพาความสดชื่นมาให้ ทัศนียภาพงดงามจนละสายตาไม่ได้
จนกระทั่งเข้าสู่เขตป่าลึก อันเป็นจุดที่พลังวิญญาณเข้มข้นที่สุด
มีน้ำตกตั้งอยู่เบื้องหน้า ด้านหลังเป็นดงผลไม้ นั่งฟังเสียงน้ำตก ชมกระแสธาร เมฆหมอกร่ายล้อม พร้อมด้วยพลังวิญญาณหนาแน่น เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว กลิ่นหอมขจรขจาย ดุจเป็นที่พำนักของเซียน
เจ้าแมวเริ่มดมกลิ่นตามพงหญ้าอีกครั้ง
ซ่งโหยวเองก็เดินทอดน่อง พลางกวาดสายตามองไปรอบกาย
ท่ามกลางเศษหินแตกหัก มีซากแกนผลไม้ที่ถูกแทะทิ้งไว้ ไม่ได้กลบฝังให้เรียบร้อย ทั้งยังไม่เน่าเป