ยมดีจริงๆ!”
“ค่าเรือไปเขาฉยงซานนั้นราคาเท่าใดหรือ”
เด็กหญิงตัวน้อยได้ยินดังนั้นก็หันศีรษะกลับมาทันควัน สายตาของนางจดจ้องไปที่ใบหน้าของชิงหวายจื่อ
“นั่นต้องดูว่าท่านนักพรตจะนั่งเรือแบบใด” ชิงหวายจื่อหัวเราะร่า “หยางโจวเจริญรุ่งเรืองนัก เส้นทางจากนี่ไปทางตะวันออกสู่เมืองหยางตูล้วนต้องล่องเรือไปตามแม่น้ำชิงหนี่ว์ มีทั้งเรือใหญ่เรือเล็ก หากท่านโดยสารเรือสำราญที่เหล่านักปราชญ์และพ่อค้านิยม มีนางขับร้องนางรำมอบความบันเทิงพร้อมสุราอาหารไม่อั้น ราคาย่อมแพงลิบลิ่ว แต่หากนั่งเรือเล็ก ก็ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนคน โดยทั่วไปจะเก็บคนละยี่สิบหวิน ทว่าหากขากลับต้องพายทวนน้ำ ราคาก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว”
“เหล่าพ่อค้าและนักปราชญ์ในหยางโจวช่างรู้จักเสพสุขกันจริง”
“แล้วท่านจะเลือกนั่งเรือแบบใดเล่า”
“พวกเรานั่งเรือเล็กก็เพียงพอแล้ว”
“เรือเล็กก็ดี เรือเบาไหลล่องตามน้ำ เพียงครึ่งวันก็เดินทางได้เป็นร้อยลี้แล้ว”
“เช่นนั้นต้องขอบคุณสหายบำเพ็ญมาก”
“เพียงสนทนาพาที จะนับเป็นบุญคุณได้อย่างไร”
หลังจากชิงหวายจื่อกล่าวจบ เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่อาจเก็บงำความสงสัยในใจไว้ได้จึงถามสืบต่อว่า “ราชครูสิ้นชีพแล้วจริงๆ หรือ เหตุใดข้าถึงไม่เคยได้ยินข่าว แล้วท่านทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร”
“ไม่ปิดบังท่าน” ซ่งโหยวเอ่ย “พวกเราเดินทางมายังหยางโจวผ่านล่างโจว และก่อนหน้านั้นยังเดินทางเจข้าสู่เหยาโจวผ่านเฟิงโจว ครานั้นพเนจรผ่านเฟิงโ