จว กลับประจวบเหมาะกับยามที่ราชครูสิ้นชีพพอดี”
“เห็นกับตาตนเองหรือ”
“เห็นกับตาตนเอง”
“นี่มัน…”
ชิงหวายจื่อยังคงตกตะลึง เขาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว
ซ่งโหยวหาได้แปลกใจกับปฏิกิริยานี้ไม่
ฐานะของ ‘ฉางหยวนจื่อ’ ในดวงใจของเหล่านักพรตทั่วใต้หล้านั้นสูงส่งยิ่งนัก ภาพลักษณ์ก็ดีงามไปหมด โดยเฉพาะในสายตาของอารามเต๋าที่สืบทอดกันมาอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ประการแรกราชครูบำเพ็ญตนอยู่บนเขาลู่หมิง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิเต๋า ชาติตระกูลและสายวิชาหาที่ติมิได้ จึงมีสถานะสูงส่งเป็นธรรมดา ประการที่สอง ยามราชครูกุมอำนาจในราชสำนัก สถานะของอารามและผู้บำเพ็ญพรตทั่วแผ่นดินต้าเยี่ยนต่างก็สูงส่งขึ้นตามไปด้วย ทั้งราษฎรและขุนนางต่างให้ความเคารพยำเกรง เหล่าผู้บำเพ็ญทั่วหล้าล้วนได้รับอานิสงส์โดยตรง อีกทั้งชื่อเสียงของราชครูทั้งในราชสำนักและราษฎรก็ดีเยี่ยม จึงไม่แปลกที่เหล่านักพรตจะยกย่องเขาเป็นเยี่ยงอย่าง
ซ่งโหยวไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เขาจิบชาจนหมดถ้วยแล้วจึงกล่าวลาชิงหวายจื่อ
เด็กหญิงตัวน้อยและเด็กหนุ่มต่างเดินตามหลังเขาไปติดๆ
หลังพวกเขาจากไปนานพอควร จึงมีศิษย์น้อยเข้ามาเก็บกวาดถ้วยชาบนโต๊ะ ระหว่างนั้นก็ลอบมองชิงหวายจื่อที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์ แขกสองท่านนั้นเป็นใครหรือ”
“ข้าเองก็ไม่เคยพบหน้ามาก่อน”
“แล้วเหตุใดท่านอาจารย์ถึงได้เกรงใจพวกเขานักเล่า”
“ย่อมต้องเป็