วหร่างก็คือหนึ่งในนั้น
ชิงหวายจื่อพลิกหน้ากระดาษให้เขาดูทีละหน้า
เนื้อความทั้งห้าบทนั้นล้วนถอดแบบกันมาไม่ผิดเพี้ยน
จากนั้นเขาก็หยิบสมุดบันทึกอีกเล่มขึ้นมาเปิดให้ดูเช่นกัน
เป็นการคัดลอกข้อความทำนองเดียวกัน ทว่ากลับเป็นการตำหนิเทพทั้งห้าองค์นั้นว่าครองตำแหน่งว่าไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ นอกจากจะไม่สร้างขวัญและกำลังใจให้ราษฎรแล้ว ยังมักปรากฏกายอย่างไร้สาเหตุทำให้ชาวบ้านตกใจกลัว จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนเสีย
“เทพเสี่ยงเล่อ แห่งเขาฉยงซาน เล่อจวิ้น”
ซ่งโหยวใช้ปลายนิ้วชี้ไปที่ชื่อหนึ่งในสมุดบันทึก “ไม่ทราบว่าสหายบำเพ็ญชิงหวายจื่อพอจะรู้เรื่องเทพเสี่ยงเล่อผู้นี้บ้างหรือไม่”
“ย่อมต้องรู้สิ เมื่อคราที่ราชสำนักแต่งตั้งเขาเป็นเทพ ได้สร้างศาลเทพเจ้าไว้ที่ตีนเขาฉยงซาน อารามชิงอวิ๋นของเรายังส่งศิษย์พี่ใหญ่ไปดำรงตำแหน่งผู้ดูแลศาลอยู่ที่นั่นถึงหนึ่งปีเต็ม คอยเบิกทางให้ชาวบ้านละแวกนั้นเข้ามากราบไหว้ จนกระทั่งแรงศรัทธาเริ่มมากขึ้นจึงให้เขากลับมา น่าเสียดายที่ช่วงวันสองวันนี้เขาต้องออกไปทำพิธี ซึ่งต้องใช้เวลาถึงสี่สิบเก้าวัน ยามนี้เพิ่งผ่านไปได้เพียงสิบกว่าวันเท่านั้น”
ชิงหวายจื่อเหลือบมองซ่งโหยวปราดหนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อ
“ทว่า ศิษย์พี่ของข้าก็ไม่เคยได้ยลโฉมหน้าที่แท้จริงของเทพเสี่ยงเล่อเลยสักครา ได้ยินท่านเล่าเพียงว่า ในช่วงปีที่ทำหน้าที่ดูแลศาล เขามักจะฝันเห็นปีศาจภูเขาเฒ่าตนหนึ่งมากล่าวขอบคุณเขาบ่อยๆ พลางเปรยว