ดสงสัยอยู่คราหนึ่ง พอปีกลายกลับต้องมาฉงนใจซ้ำอีกครา” ชิงหวายจื่อทรุดตัวลงนั่งพลางพลิกสมุดบันทึก แล้วเอ่ยกับซ่งโหยวว่า “โชคดีที่ราชสำนักต้องแจ้งอารามในพื้นที่ให้รับทราบถึงการแต่งตั้งเทพประจำถิ่นอย่างที่ท่านว่า เพื่อให้พวกเราเป็นสื่อกลางบอกกล่าวแก่อารามเล็กๆ และผู้คนในละแวกนั้น จึงบันทึกเรื่องพรรค์นี้ไว้อย่างละเอียด”
“โอ้”
ซ่งโหยวโน้มตัวชะโงกหน้าไปมองยามที่เขาพลิกหาข้อมูล
“เทพท้องถิ่นทั้งห้าองค์นี้มีนามคล้ายคลึงกันยิ่งนัก นอกจากเทพอันเล่อที่ท่านเอ่ยถึงแล้ว ยังมีเทพจี๋เล่อ เทพเสี่ยงเล่อ เทพอันอี้และเทพผิงอัน เดิมทีทั้งห้าองค์ถูกแยกไปสถิตตามพื้นที่ต่างๆ ในหยางโจวและดินแดนใกล้เคียง ทว่าเพราะผู้คนและพ่อค้าต่างสัญจรไปมา นามของเทพเหล่านี้จึงเริ่มสลับปนเปกันไปหมด ประกอบกับแต่ละองค์มักแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้งและมีอิทธิฤทธิ์ต่างกันไป ผู้คนจึงพากันขนานนามรวมว่า ‘เทพเบญจฤทธิ์’ มีผู้เลื่อมใสศรัทธาไม่น้อยเลย”
ชิงหวายจื่อกล่าวพลางยื่นสมุดบันทึกให้เขาดู
ในบันทึไม่ได้บรรยายรายละเอียดของเทพทั้งห้าไว้อย่างที่ชิงหวายจื่อพูดเสียทีเดียว ทว่าเป็นการคัดลอกถ้อยคำจากราชโองการที่ราชสำนักใช้แต่งตั้งเทพ
เนื้อความโดยสรุปกล่าวว่า ณ สถานที่แห่งนั้นมีเทพสถิตอยู่ เดิมมีนามว่าอย่างไร บรรยายอวดอ้างคุณงามความดีและอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์พอเป็นพิธี จากนั้นจึงได้รับการสถาปนาให้เป็นเทพ ซึ่งเทพอันเล่อแห่งเขาจิ๋