จ้งผ่านอารามหรือวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในท้องที่ ข้าจึงมาเยือนอารามชิงอวิ๋นเพื่อสอบถามข่าวคราว”
“เทพอันเล่อ…”
ชิงหวายจื่อขมวดคิ้วพลางพึมพำ
“สหายบำเพ็ญเคยได้ยินชื่อนี้หรือไม่”
ชิงหวายจื่อกล่าวเพียงเท่านั้นก็รีบลุกเดินออกไปข้างนอกทันที
เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้ามองตามเงาหลังของเขาไปจนสุดสายตา
ฝ่ายนักพรตหนุ่มมิได้รีบร้อน เขานั่งละเลียดรสชาอยู่ที่เดิม บางคราก็หยิบขนมขึ้นมาบิออกเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าเล็บมือแล้วส่งเข้าปากตนไป
วิถีชีวิตของชาวหยางโจวช่างพิถีพิถันสมคำร่ำลือ แม้แต่ในอาราม ขนมที่ทานกันยามปกติยังประณีตถึงเพียงนี้ ขนมถั่วเขียวขนมถั่วแดงเหล่านี้เพียงแตะเบาๆ ก็แทบจะแหลกเป็นผง หากทานเปล่าๆ ย่อมฝืดคอ ทว่าหากจิบชาหอมๆ ตามไปสักคำ มันจะละลายเป็นเนื้อเดียวไปในทันที กลายเป็นหยาดหยดอบอวลไปด้วยความหอมละมุนของขนมและกลิ่นชาติดปลายลิ้น
เสียงฝีเท้าข้างนอกค่อยๆ ห่างออกไป
จนกระทั่งซ่งโหยวทานขนมไปได้เกือบครึ่งชิ้น เสียงฝีเท้านั้นก็ดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง
แอ๊ด…
ชิงหวายจื่อผลักประตูเดินกลับเข้ามาในห้อง ในมือถือสมุดบันทึกมาด้วยสองเล่ม
“เทพอันเล่อที่ท่านนักพรตกล่าวถึง ข้าพอจะเคยได้ยินชื่อมาอยู่บ้าง ทว่าจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ แต่หากกล่าวถึงเทพประจำถิ่นที่ราชสำนักแต่งตั้งขึ้นอย่างไร้สาเหตุเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วจู่ๆ ก็สั่งเพิกถอนไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อปีกลาย ข้าย่อมจำได้ฝังใจยิ่งนัก เมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยคิ