่าวเสียจริงจัง ทว่าสิ่งที่นางกล่าวก็ไม่ผิดนัก
“สถานที่รื่นรมย์พรรค์นั้น ไม่เหมาะให้ผู้บำเพ็ญเข้าไปเที่ยวเล่นหรอก อย่างมากก็แค่เข้าไปหาอะไรทาน ดื่มสุราสักนิด ฟังดนตรีชมระบำก็เพียงพอแล้ว”
“แล้วแมวเล่า”
“แมวที่บำเพ็ญตบะอยู่ก็ไม่ได้”
“เพราะอะไรหรือ”
“…”
ซ่งโหยวเงียบไปครู่หนึ่ง “เพราะไปที่นั่นต้องใช้เงินเยอะ”
“!”
สีหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยพลันชะงักงันไปทันที
“ได้ยินมาว่าในตัวเมืองมีอารามชิงอวิ๋นตั้งอยู่ ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทั้งยังเป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดในเขตเล่อจวิ้น เราลองไปดูกันหน่อยเถิด ไปสักการะสักหน่อย” ซ่งโหยวกล่าวพลางก้มหน้าลง ใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่กระหม่อมของเจ้านกนางแอ่นแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง “ถือโอกาสไปสอบถามเรื่องเทพที่ราชครูมอบหมายหน้าที่ไว้ให้ด้วย”
“จะไปเมื่อไหร่รึ”
“รอแม่นางสามสีเขียนเสร็จค่อยไป”
“แม่นางสามสีเขียนเสร็จแล้ว!”
เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวจบก็เก็บพู่กันลงไปทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเป่ากระดาษบนโต๊ะเบาๆ น้ำหมึกบนแผ่นกระดาษก็แห้งสนิทในพริบตา
“จริงสิ หมึกหนิงเซียงดูเหมือนจะเป็นสินค้าขึ้นชื่อของหยางโจว บางทีซื้อที่หยางโจวอาจจะราคาถูกกว่า เราลองถามหาแหล่งผลิตดูดีกว่า ยามผ่านทางจะได้ซื้อติดมือไว้สักหน่อย” ซ่งโหยวพลันนึกขึ้นได้เมื่อเห็นกิริยาของนางและรอยหมึกสีครามจางๆ บนกระดาษนั้น
หมึกหนิงเซียงเป็นหมึกชั้นเลิศ ใช้หมดไปแท่งหนึ่งก็ยังรู้สึกตราตรึงใจมิรู้ลืม
ครานั้นเข