เป็นอันดับแรก เขาตรงไปยังวิหารที่ประดิษฐานรูปเคารพเยี่ยนเซียน ทว่ากลับหยุดรออยู่ที่หน้าประตูอยู่นาน จนกระทั่งผู้คนด้านในเริ่มซาลง เขาจึงสบโอกาสก้าวเข้าไปคุกเข่าลงบนเบาะรอง ปักธูปบูชาผู้เป็นบรรพบุรุษ
ท่วงท่ากิริยาของเขาช่างเหมือนกับผู้ศรัทธาทั่วไปยิ่งนัก
ผู้ไม่รู้ย่อมคิดว่าเขามาที่นี่เพื่อกราบไหว้ขอพรจริงๆ
เพียงแต่บรรดาผู้ที่มากราบไหว้เยี่ยนเซียนนั้น ส่วนใหญ่มาเพื่อขอให้พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ น้อยนักที่จะมีคนหนุ่มรูปโฉมงดงามเช่นเขา
เขาไม่ได้อธิษฐานขอพร ทว่ากลับพึมพำบอกเล่าเรื่องราวสารทุกข์สุกดิบ
เยี่ยนเซียนนั้นเคร่งครัดกับเขายิ่งนัก ทว่าในใจเขาย่อมรู้ดีว่านั่นเป็นเพราะความเมตตาและคาดหวัง อยากให้เขาได้ดี ความจริงแล้วท่านบรรพบุรุษดีต่อเขามากที่สุด
และเขาก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตลอดหลายปีที่ติดตามซ่งโหยวมา ย่อมต้องหาโอกาสบอกเล่าให้ท่านบรรพบุรุษได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาได้ตระหนักรู้ ความก้าวหน้าในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องราวสนุกสนานที่เกี่ยวกับตนเอง
ท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบา พลันบังเกิดสายลมเย็นพัดผ่านวิหารเทพ ลมนั้นนุ่มนวลชวนให้สบายกาย มิได้แรงพอจะพัดชายเสื้อให้ไหวติง อย่างมากก็แค่ทำให้ปลายผมเคลื่อนไหวจนรู้สึกคันยิบๆ สายลมพัดเอาควันธูปบนแท่นบูชาให้ม้วนตัวเป็นวงกลม ในพริบตานั้นรูปเคารพอันเย็นชากลับดูราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมา แววตาและใบหน้าดูอ่อนโยนลงอย่าง