เจ้าจึงเต็มไปด้วยปราณอาถรรพ์ ดูไปแล้วช่างละม้ายคล้ายปีศาจร้ายเสียมากกว่า ด้วยเหตุนี้ย่อมไม่กล้าปรากฏกายออกมาง่ายๆ ในยามกลางวันที่ปราณหยางเข้มข้น แม้ที่นี่จะเป็นศาลของมันเองก็ตาม” นกนางแอ่นตอบเสียงจริงจัง โดยที่ไม่รู้ว่าแม่นางสามสีจะจงใจถามเขาจริงๆ หรือแค่บ่นขึ้นมาลอยๆ “ข้าเดาว่ามันคงรอโผล่หัวออกมาตอนดึก”
“เจ้านี่ดูท่าจะเดาเก่งใช้ได้เลยนะ!”
“…แม่นางสามสี เจ้าอย่าเผลอทำตัวมีพิรุธเชียวนะ!”
“แม่นางสามสีจับหนูเก่งที่สุด!”
“เรื่องนั้นน่ะแน่นอนอยู่แล้ว”
“?”
“มะ…มีอะไรหรือ…”
“ไม่มีอะไร” เด็กหญิงขมวดคิ้วด้วยความฉงน พลางเกาหัวไปมา “ฟังดูคุ้นหูชอบกล”
“…”
“…”
ทั้งแมวทั้งนกต่างตกอยู่ในความเงียบ
กระทั่งยามรัตติกาลอันมืดมิดมาเยือน เด็กหญิงเดินออกมานอกศาลเจ้าอีกครา
เจ้าหมูดำถูกมัดขาทั้งสี่นอนหงายท้องอยู่บนพื้น คงเพราะดิ้นรนจนสิ้นแรง ยามนี้จึงได้แต่หอบหายใจโดยไร้เสียงร้อง
“เป็นเวรกรรมจริงๆ…”
เด็กหญิงอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา
เบื้องหน้าศาลเจ้ามีต้นไม้น้อยใหญ่ประปราย ข้างๆ เจ้าหมูมีแกะถูกผูกติดกับต้นไม้ต้นเล็ก มันยังคงก้มหน้าก้มตาเล็มหญ้าอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
“เจ้าบื้อเอ๊ย…”
นางอดไม่ได้ที่จะกล่าวความในใจออกมา
สุนัขสีเหลืองและวัวถูกผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ต้นเดียวกัน ยามนี้พวกมันต่างแหงนหน้ามองนาง ตัวหนึ่งทำหน้าละห้อยน่าสงสาร อีกตัวจ้องเขม็งราวกับอ้อนวอน หวังจะให้นางช่วยแก้มัดให้
“แม่นางสามสีจะช่วยพวกเจ้าเ