องนะ…”
ส่วนม้าด่างร่างซูบผอมตัวนั้นถูกผูกแยกไว้อีกต้นหนึ่ง
แม่นางสามสีชื่นชอบม้าเป็นพิเศษ ยามเห็นมันจึงรู้สึกเวทนายิ่งนัก นางเดินเข้าไปลูบแผงคอของมัน ในใจนึกไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้คนถึงใจคอคับแคบ ยอมสละม้าที่มีค่าตัวแพงเพียงนี้ให้เทพเจ้ากิน ซ้ำแล้วเทพที่ว่านั่นยังกล้ากินม้าราคาแพงเช่นนี้ลงคอ ยิ่งคิดจิตใจก็ยิ่งสับสนวุ่นวาย
“แม่นางสามสีก็จะช่วยเจ้าด้วยเหมือนกัน”
เด็กหญิงยังคงพึมพำเสียงเบา สีหน้าดูจริงจังยิ่ง
จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าไก่ตัวผู้หงอนแดง
“เจ้า…”
เด็กหญิงลอบกลืนน้ำลายลงคอ เลียริมฝีปากพลางเกาหัวไปมา หาได้เอ่ยคำใดออกมา เพียงเดินเตาะแตะกลับเข้าศาลเจ้าไปอีกรอบ
ภายในศาลเจ้า ตะเกียงน้ำมันยังคงทอแสงสว่างไสว กลิ่นธูปควันเทียนยังมิเลือนหาย
ครานี้นางขยับขึ้นไปนั่งบนแท่นบูชาด้วยท่าทีสงบนิ่ง
แม่นางสามสีหาได้รีบร้อนไม่ นางเคยเป็นเทพมาก่อน แม้จะไม่เคยได้รับตำแหน่งจากราชสำนักหรือการรับรองจากสรวงสวรรค์ ทว่าในอีกมุมหนึ่ง เทพแมวแห่งถนนจินหยางในวันวานนั้นย่อมมีศักดิ์ศรีและความเที่ยงธรรมกว่าเทพกำมะลอตรงหน้านี้มากนัก แม้จะไม่ได้ครองฐานะเทพมานานแล้ว ทว่าอิทธิฤทธิ์และความสามารถของนางย่อมไม่ด้อย หากเทพอันเล่อผู้นี้อาศัยรูปเคาระหรือศาลเจ้าเพื่อสำแดงกาย นางย่อมสัมผัสได้ทันที
ราตรีล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด เมฆมัวบดบังรัศมีจันทร์
เด็กหญิงเอนกายลงข้างแท่นบูชา ทว่ายังคงลืมตา คอยกะพริบตาเป็นระยะๆ ไม่รู้ว่ากำลัง