ครุ่นคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
เจ้านกนางแอ่นหดคอลงซุกปีก ยังคงไม่กล้าข่มตาหลับเช่นกัน
ลมบนยอดเขาเริ่มหนาวเหน็บขึ้นทุกที น้ำค้างเริ่มก่อตัว ความเย็นเจาะลึกถึงกระดูก
ฟิ้ว…
ทันใดนั้น กลับมีลมหนาวสายหนึ่งพัดลงมาจากยอดเขา
สายลมนี้ปลุกให้สุนัขเห่าหอนไม่หยุดหย่อน วัวและม้าต่างส่งเสียงร้องระงม แม้แต่ไก่ตัวผู้และหมูดำก็ตกใจจนส่งเสียงดิ้นรนออกมา
ชั่วขณะนั้น สถานการณ์นอกศาลเจ้าพลันวุ่นวายโกลาหลขึ้นมาทันใด
แม่นางสามสีจ้องมองออกไปข้างนอกด้วยความฉงน
ทว่าหลังจากนั้นกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีก
ไร้ร่องรอยของผู้มาเยือน ไร้ซึ่งลำแสงยามองค์เทพจุติ
ผ่านไปเพียงครู่เดียว ข้างนอกก็กลับคืนสู่ความเงียบดังเดิม
เงียบสนิทเช่นนั้นอยู่แสนนาน
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด
อาจจะนานพอๆ กับช่วงเวลาจากหัวค่ำไปจนถึงรุ่งสาง ในที่สุดก็มีเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอกอีกครั้ง ทว่ากลับเป็นเพียงเสียงฝีเท้าธรรมดา
โฮ่ง โฮ่ง…
สุนัขขนเหลืองส่งเสียงเห่า
แต่ก็เห่าออกมาเพียงเท่านั้น
มิใช่ว่ามันได้รับอันตราย ทว่าหลังจากเห่าจบ ท่าทีระแวดระวังของมันก็เปลี่ยนเป็นความฉงนแทน
“ท่านเทพอันเล่อโปรดเมตตา ผู้น้อยถูกทางการตราหน้าตามจับกุมจนไร้ทางไป ค่ำคืนนี้จำต้องหลบหนีมาที่นี่ จึงต้องขอพึ่งพิงร่มเงาแห่งบารมีของท่านเทพ ช่วยคุ้มครองผู้น้อยให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิด! หากภายภาคหน้าผู้น้อยรอดพ้นภัยอันตรายและได้กลับมาอีกครั้ง จะนำสัตว์ทั้งหกและธูปเทียนชั้