นเลิศมาถวายตอบแทนบุญคุณของท่านอย่างงามแน่นอน!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู
“หากท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่ไม่อนุญาต ก็ขอโปรดส่งสัญญาณบางอย่างออกมา ผู้น้อยได้ยินแล้วจะรีบหันหลังกลับไปทันที จะไม่รบกวนท่านแม้เพียงครึ่งก้าว!”
“ท่านเทพ?”
“ดูเหมือนท่านเทพจะตกลงแล้ว!
“เช่นนั้นผู้น้อยขอเสียมารยาทล่วงเกินเข้าไปข้างในนะขอรับ!”
สิ้นคำกล่าว ก็ได้ยินเสียง เอี๊ยด ดังสนั่น ประตูศาลเจ้าถูกผลักให้เปิดออกทันที
ตะเกียงที่ชาวบ้านจุดทิ้งไว้เมื่อตอนกลางวันเหลือน้ำมันไม่ถึงครึ่ง แสงไฟดวงจ้อยราวเมล็ดถั่วส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดในศาลเจ้าอย่างริบหรี่ ส่งผลให้ทุกสรรพสิ่งดูสลัวลางและสั่นไหววูบวาบ เด็กหญิงมองเห็นชายผู้หนึ่งก้าวเข้ามา เขาสวมชุดผ้าป่านขาดรุ่งริ่ง บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกนั้นแฝงไว้ด้วยร่องรอยแห่งความเหี้ยมโหด
ทว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาแล้วเห็นเด็กหญิงตัวน้อยนอนอยู่บนแท่นบูชา เขาก็พลันชะงักไปเช่นกัน
ชิ้ง!
ชายผู้นั้นชักดาบโค้งที่ใช้ทำไร่ทำนาออกมาจากข้างเอวทันควัน จ้องเขม็งไปยังเด็กหญิงด้วยความระแวดระวัง “เจ้าเด็กน้อย เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ ในศาลนี้ยังมีใครอื่นอีกหรือไม่ ออกมาให้หมด!”
“ไม่มีใครอื่นแล้ว…”
เด็กหญิงขยี้ตาพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
เจ้านกนางแอ่นบนกิ่งไม้นอกศาลก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน ดวงตากลมโตดำขลับจ้องมองลอดประตูศาลเจ้าเข้าไปสังเกตการณ์ด้านใน
“แล้วเจ้ามาทำอ