ะไรที่นี่ บอกข้ามาตามตรงเสีย!”
“คนในหมู่บ้านบอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันจุติของท่านเทพ ท่านมีความสุขมาก จึงอยากได้เด็กเล็กไปเป็นผู้ติดตาม ต่อไปจะได้ขึ้นเป็นเซียน ข้าจึงมาที่นี่อย่างไรเล่า…”
“เป็นเซียนรึ”
“อื้อ…”
“มาเป็นเครื่องเซ่นให้ท่านเทพล่ะสิไม่ว่า”
“ข้าไม่รู้…”
“เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว”
ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกตะลึง
“ข้า… ข้าลืมไปแล้ว…”
“ลืมรึ”
“น่าจะ… เพิ่งแปดขวบกระมัง…”
“สำเนียงของเจ้าดูไม่เหมือนคนแถวนี้เลยนะ”
“พวกข้าเดินทางมาจากแดนไกลน่ะ…”
“มิน่าเล่า…”
ชายผู้นั้นขมวดคิ้วแน่น ทว่ายังคงเบิกดวงตาอันดุดันกว้าง
มิน่าเล่าถึงถูกส่งมาเซ่นสรวงท่านเทพ
หากเป็นลูกหลานของคนในท้องถิ่นที่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ ใครเล่าจะทำใจส่งมาเป็นอาหารให้เทพอันเล่อได้ลงคอ
“ข้าก็ได้ยินมาว่าวันนี้เป็นวันบวงสรวงใหญ่ แต่ข้าก็ได้ยินมาอีกว่าชาวบ้านละแวกเก่านางได้จัดเตรียมสัตว์ทั้งหกชนิดไว้ถวายท่านเทพแล้วนี่ เหตุใดถึงยังส่งเจ้ามาอีก”
“ก็ข้าอยากเป็นเซียนนี่นา…”
“เป็นเซียนรึ” ชายคนนั้นหรี่ตาลง เขาไม่กล้าเอ่ยเย้ยหยันหรือเปิดเผยความจริงอันโหดร้าย ได้แต่กัดฟันพูดว่า “ต้องเป็นพวกชาวนาข้างล่างนั่นแน่ๆ ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตนัก คิดจะเอาใจเทพเจ้า นอกจากจะจับสัตว์มาแล้ว ยังหลอกล่อเด็กต่างถิ่นอย่างเจ้ามาทิ้งไว้ที่นี่อีก”
“…”
เด็กหญิงจ้องมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายใส
“เจ้าชื่อแซ่อะไร พ่อแม่เจ้าอยู่ที่ไหน”
“สามสี…”
“มีแค่ชื่อเ