ง”
“!!”
“สู้แม่นางสามสีไม่ได้หรอก”
“เอาอีกแล้ว! เจ้าพูดแบบนี้อีกแล้ว!”
“ไม่รู้ว่าเทพอันเล่อผู้นี้ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าหรือมีพรสวรรค์มาแต่กำเนิดกันแน่ นอกจากจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของคนที่ราชครูส่งมาปราบได้แล้ว กลับยังสามารถกักขังพระรูปนั้นไว้ที่นี่ได้อีก ข้าคิดว่าหากมันไม่ฉลาดล้ำเลิศก็คงเจ้าเล่ห์เพทุบาย หากข้าไปรอพบมันที่ศาล เกรงว่าจะทำให้มันตื่นตระหนกจนไม่กล้าปรากฏตัว” ซ่งโหยวเอ่ยกับแม่นางสามสี “ประจวบเหมาะที่มันต้องการเด็กน้อย แม่นางสามสีก็เป็นเด็กน้อยพอดี”
“แม่นางสามสีเป็นเด็กน้อย!”
“แม่นางสามสีมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า ทั้งยังเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง ถึงยามนั้นข้าจะเตรียมยันต์วิเศษไว้ให้เจ้า และใช้พลังวิญญาณเหมันต์อำพรางวิชาของเจ้าไว้ หากเทพอันเล่อปรากฏกายออกมา ก็ขอให้แม่นางสามสีใช้ทั้งความฉลาดและวิชาอาคมรับมือกับมันดูสักตั้ง”
“จะให้แม่นางสามสีแสร้งทำเป็นเด็กน้อยที่ถูกนำไปเซ่นสังเวยให้เทพที่ว่าน่ะหรือ”
“นั่นแล ใจความสำคัญ”
“เมี๊ยว”
“นี่เป็นวิธีที่ง่ายและเบาแรงที่สุด”
“ต้องให้แม่นางสามสีจัดการมันให้ตายเลยหรือไม่”
“หากมันคิดจะกินแม่นางสามสี การปราบให้สิ้นย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” ซ่งโหยวชะงักครู่หนึ่ง “ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ย่อมต้องเป็นความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง ข้อนี้แม่นางสามสีคงเข้าใจดีที่สุดแล้ว”
“เข้าใจแล้ว!”
เด็กหญิงพยักหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะก้าวเดินตามหลังนักพรตหนุ่มไป ยามนี้พวกเขาเ