ดินพ้นทุ่งข้าวนางแอ่นมาแล้ว เมื่อไร้รวงข้าวบดบัง ต่อให้เป็นความสูงของนาง เพียงแค่แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็จะมองเห็นกลุ่มคนที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางขุนเขาอันกว้างใหญ่ รวมถึงศาลเจ้าหลังย่อมที่ปรากฏให้เห็นวับๆ แวมๆ
“แล้วสัตว์พวกนั้นเล่า”
“สัตว์เหล่านั้นล้ำค่าเกินไป เพียงแค่เทพเจ้าชั้นต่ำ สำหรับแม่นางสามสีผู้มีตบะสูงส่ง ย่อมจัดการได้ง่ายดายเหมือนหยิบของในกระเป๋า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราแค่เอาไก่กลับมาสักตัวก็เพียงพอแล้ว”
“อืม…”
แม่นางสามสียังนึกเสียดายอยู่ในใจ ทว่าก็นึกเห็นพ้องว่าคำพูดของเขามีเหตุผล แม้เหตุผลที่ว่านั้นจะไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เขาอ้างมาก็ตาม แต่ถึงอย่างไรก็มีเหตุผลมากพอแล้วกัน
ไม่นานนักทั้งสามก็ปลีกตัวออกจากทางหลวง เดินเบี่ยงเข้าไปยังถนนสายเล็กที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ภูเขา
นักพรตหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น
เด็กหญิงเองก็เงียบเช่นกัน
ถนนสายนี้เป็นเพียงทางเดินเล็กๆ ที่ชาวบ้านใช้สัญจรเพื่อขึ้นมาทำไร่ไถนา ทั้งยังเป็นเส้นแบ่งเขตดินสองผืน อย่างมากก็กว้างกว่าคันนาเพียงเล็กน้อย ในฤดูกาลนี้วัชพืชเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแห้ง ทว่าจากร่องรอยการเหยียบย่ำและรอยแหว่งวิ่นของต้นหญ้า บ่งบอกว่าปกติแล้วมีผู้คนสัญจรผ่านทางนี้ไม่น้อยเลย
ซ่งโหยวเดินเยื้องย่างขึ้นไปอย่างเนิบนาบ
เมื่อถึงสุดปลายทางเดิน ศาลเจ้าหลังหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา ประจวบเหมาะกับที่กลุ่มชาวบ้านกำลังประกอบพิธีบูชาเทพอันเล่อจนถึงช่วงสุดท