ิดาเทพเพื่อคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายท่าน ชาวบ้านคัดเลือกอยู่หลายคราจนได้เด็กคนนี้มา แต่ก็ทำใจพรากนางมาด้วยตนเองมิได้ จึงไหว้วานให้ข้าเป็นผู้นำส่งมายังที่นี่”
“ที่นั่นไม่มีศาลเจ้ารึ เหตุใดถึงไม่เคยเห็นพวกท่านมาสักการะองค์เทพถึงที่นี่บ้างเลย”
“ท่านอาจยังไม่ทราบ ฤดูร้อนปีนี้ฝนชุกจนเกิดน้ำป่าหลากบนภูเขา ไม่ทราบว่าด้วยเหตุอันใด น้ำป่าถึงซัดให้ศาลเจ้าพังทลายลง ข้าจึงได้แต่ทำตามคำชี้แนะของเทพเจ้า นำตัวนางมายังเขาจิ๋วหร่างแห่งนี้”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง…”
ทุกคนต่างมองไปที่เด็กหญิงข้างกายนักพรต แววตาฉายชัดถึงความเวทนาและโศกเศร้า ทว่ายามนี้อยู่ต่อหน้าศาลเทพแห่งขุนเขา พวกเขาจะกล้าเอ่ยสิ่งใดได้ หมื่นคำพันความที่อยากกล่าว สุดท้ายยามหลุดจากปากก็กลายเป็นเพียงเสียงทอดถอนใจ
มีเพียงเด็กหญิงที่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็หันไปจ้องหน้านักพรตหนุ่มตาค้าง คล้ายกำลังขบคิดสิ่งใดอยู่ในใจ
ในที่สุดก็มีผู้ที่รอบคอบคนหนึ่งเดินออกมาเอ่ยว่า “ท่านนักพรต ทางที่ดีท่านควรเอ่ยปากพูดความจริงทั้งหมด อย่าได้คิดตื้นๆ เชียว มิเช่นนั้นถึงพวกข้าจะทำอะไรท่านไม่ได้ แต่ท่านเทพย่อมไม่ละเว้นท่านแน่”
“ท่านล้อเล่นแล้ว องค์เทพอันเล่อมีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง ไฉนเลยจะกล้ามีความคิดอกุศล”
“นั่นก็จริง…”
ชาวบ้านทั้งหลายจึงสิ้นข้อสงสัย
เพียงแต่มองไปยังเด็กหญิงที่ยืนเคียงข้างนักพรต เห็นนางมีผิวพรรณสะอาดสะอ้าน กิริยาเรียบร้อยน่าเอ็นดู ราวกับกุมารีหยก โดยเฉพาะ