ห็นสิ่งใด หากมีเสือซ่อนอยู่ข้างในก็คงไม่อาจรู้ได้ แม้จะเป็นป่ารกชัฏแต่ก็หาได้บดบังแสงอาทิตย์ไม่ ถึงแม้จะมีต้นไม้เล็กๆ อยู่ข้างทางต้นหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นกิ่งก้านหรือใบก็ล้วนบางตาจนไม่อาจอาศัยร่มเงาได้เลย
ประหลาดแท้ๆ
เจ้าแมวน้อยเห็นเพียงว่าเมื่อครู่พวกเขาทุกคนต่างจดจ้องเข้าไปในดงไม้เล็กๆ นี้ นางจึงยิ่งเกิดความสงสัยใคร่รู้ พลางหยุดชะเง้อหน้ามองเข้าไปในป่าบ้าง
แน่นอนว่านางย่อมไม่เห็นสิ่งใด
จนกระทั่งนักพรตหยุดลงกลางทางโล่ง ปลดถุงสัมภาระลงจากหลังม้า หยิบหม้อและชามออกมา นางจึงรีบกลายร่างเป็นมนุษย์เข้าไปช่วยหยิบข้าวของออกมาอย่างคล่องแคล่ว
ผ่านไปไม่นาน ข้าวต้มในหม้อก็เริ่มสุกแล้ว
เด็กหญิงตัวน้อยนั่งอยู่ระหว่างถุงสัมภาระและกองฟืน เบื้องหน้าคือหม้อดินใบเล็กที่มีไอความร้อนพวยพุ่งออกมา
ส่วนนักพรตนั้นก็นั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ ไม่ขยับเขยื้อนกายเลยแม้แต่น้อย
บางคราวเขาก็ทอดสายตามองไร่ข้าวโพด บางคราวก็เหลือบมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังก่อไฟปรุงอาหาร
คล้ายกับจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ตั้งแต่แม่นางสามสีโตขึ้นอีกปี ดูเหมือนจะขยันขึ้นไม่น้อยเลย อีกทั้งฝีมือการทำอาหารก็รุดหน้าขึ้นมากทีเดียว”
“จริงหรือ”
“ย่อมเป็นเรื่องจริง แม่นางสามสียิ่งโตก็ยิ่งเก่ง” นักพรตหนุ่มเอ่ยต่อ “เมื่อก่อนยังต้องให้ข้าคอยดูแล แต่ต่อมาข้ากลับต้องให้เจ้าช่วยเก็บฟืนช่วยก่อไฟจึงจะทำอาหารออกมาได้ มาถึ