ถามขึ้นว่า “ครอบครัวท่านเป็นเจ้าของไร่ข้าวนางแอ่นแห่งนี้หรือ”
“หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใครเล่า”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นไร่ข้าวนางแอ่นกับตาตนเอง”
“เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แล้วเจ้ารู้จักมันได้อย่างไร”
“เคยได้ยินชื่อมานานแล้ว ทั้งยังเคยเห็นเมล็ดข้าวนางแอ่นมาก่อน เพียงแต่เพิ่งเคยเห็นไร่เป็นครั้งแรกจริงๆ” ซ่งโหยวกล่าวจบจึงถามต่อว่า “ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่านำเมล็ดพันธุ์ชั้นดีมาจากที่ใด เพิ่งเริ่มปลูกในปีนี้ หรือปลูกมานานแล้ว”
“เรื่องนี้…”
เมื่อเห็นว่านักพรตผู้นี้มีวาจาสุภาพอ่อนโยน ทั้งยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ชายชราจึงยินดีที่จะสนทนาด้วย เขาหยุดยืนแล้วเริ่มเล่าต่อ “เป็นเมล็ดพันธุ์ที่นำมาจากทางแคว้นหยางโจวโน่น เห็นเขาว่ากันว่ามีเทพผู้เมตตานามว่าเยี่ยนเซียน อยากให้ราษฎรอย่างพวกเรามีข้าวกินอิ่มท้อง จึงพเนจรข้ามน้ำข้ามทะเลไปนำเมล็ดพันธุ์กลับมาให้ ผลผลิตดีเชียวล่ะ แถวนี้ยังไม่ค่อยมีใครปลูกกัน บ้านข้าเองปีนี้ก็เพิ่งลองปลูกเป็นครั้งแรก มีอยู่แค่สองแปลงนี้เอง แต่ที่หยางโจวนั้นปลูกกันเยอะเลยทีเดียว”
“นับว่าเป็นเรื่องดียิ่งนัก”
“ไอ้หยา…ไม่ว่าจะเป็นข้าวชนิดไหน แค่กินแล้วอิ่มท้องก็ถือเป็นข้าวดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเทพเซียนองค์ใดมาโปรด ขอเพียงช่วยเหลือผู้คนใต้หล้าได้ ก็นับว่าเป็นเซียนที่ดีทั้งนั้นแหละ!”
“จริงแท้แน่นอน”
ซ่งโหยวพยักหน้าเห็นพ้องพลางระบายยิ้มออกมา
แววตาของเจ้านกนางแอ่นบนกิ่งไม้พลันวูบไหวไปด้