ผู้พิพากษาหลู่เข้ามาเป็นขุนนางด้วยวิธีการพิเศษ เขาจึงไม่ได้ดูแคลนพ่อค้าวาณิช ตรงกันข้าม ในวัยหนุ่มเขาก็เคยทำการค้ามาก่อน จึงรู้สึกเลื่อมใสในความกล้าหาญของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก เขาจึงชวนคุยถึงรายละเอียดต่างๆ
ยิ่งคุยก็ยิ่งพบเรื่องที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
ได้ยินว่าพวกเขาติดอยู่ที่อาณาจักรแขนยาวนานถึงครึ่งค่อนปี เมื่อคลื่นลมเริ่มสงบจึงรวบรวมความกล้าออกเรือ แต่กลับคาดไม่ถึงว่าระหว่างทางยังเต็มไปด้วยภยันตราย พวกเขาเคยสังหารพรายทะเลที่ลอบปีนขึ้นเรือในยามค่ำคืน เคยใช้สติปัญญาขับไล่สัตว์ยักษ์ใต้ทะเลที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือใบถึงสิบเท่า เคยเผชิญพายุฝน และกระทั่งได้เห็นจ้าวสมุทรด้วยตาตนเอง
เมื่อกลับมาถึงหยางโจว ทุกคนต่างยังรู้สึกหวาดกลัว
นอกจากจะต้องพักผ่อนเพื่อเรียกขวัญกำลังใจแล้ว ในช่วงที่ผ่านมาพ่อค้าเดินเรือในหยางโจวก็มักมาถามเรื่องความปลอดภัยในการออกเรือจากพวกเขา จนทำให้ปลีกตัวไปไหนไม่ได้ ครั้นพอเริ่มมีเวลาว่างจึงรีบเดินทางมาที่นี่ เพื่อที่จะขอคำชี้แนะจากผู้พิพากษาหลู่
ผู้พิพากษาหลู่ฟังแล้วทั้งเลื่อมใสและฉงนใจนัก
ไม่รู้ว่ากลุ่มพ่อค้าจากหยางโจวจะเดินทางมาไกลถึงแคว้นล่างโจวแสนทุรกันดารเพื่อถามสิ่งใดจากเขา
“ใต้เท้าอาจยังไม่ทราบ ยามที่พวกข้าเผชิญหน้ากับจ้าวสมุทรกลางทะเล วันนั้นคลื่นลมพัดโหมกระหน่ำ สายฟ้านับหมื่นสายฟาดลงมา คลื่นยักษ์ม้วนตัวพุ่งเข้าหาพวกเราดูราวกับกำแพงภูเขาขนาดใหญ่ ยามนั้นทุกคนบนเ