็นเช่นนั้น เหล่าบ่าวรับใช้จึงรีบยกไข่นกฟองใหม่และน้ำจิ้มมาให้ในทันที
“เป็นอย่างไรบ้างเล่า”
กษัตริย์ชราที่นั่งอยู่เบื้องบนถามทั้งรอยยิ้ม
“นี่คือไข่นกที่รสชาติดีที่สุดเท่าที่กระหม่อมเคยกินมา ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้น้ำจิ้มถ้วยนี้” ซ่งโหยวรีบวางเครื่องมือรับประทานอาหารและกลืนของในปากก่อนจะทูลตอบกษัตริย์ “ไม่ทราบว่าน้ำจิ้มนี้ทำมาจากสิ่งใดหรือ”
“มันคือผลไม้ป่าชนิดหนึ่งบนเกาะ เรียกกันว่ามะเขือเปรี้ยว ลำต้นสูงใหญ่ ผลเล็กๆ มีขนาดพอๆ กับไข่นก ส่วนผลใหญ่นั้นมีขนาดโตกว่านี้หลายเท่าเชียว ผลดิบมีสีเขียวอ่อน เมื่อสุกแล้วจะเป็นสีแดงก่ำ อาณาจักรเราเริ่มเพาะปลูกและใช้ปรุงอาหารมานานแล้ว”
“กระหม่อมชื่นชอบรสชาตินี้เหลือเกิน ไม่ทราบว่าฝ่าบาทพอจะแบ่งเมล็ดพันธุ์ให้กระหม่อมนำกลับไปได้บ้างหรือไม่”
“ฮ่าๆๆ…”
กษัตริย์ชราแหงนหน้าหัวเราะร่า “ท่านชอบก็ดีแล้ว ถือเป็นวาสนาของอาณาจักร ใยต้องงกเมล็ดพันธุ์เพียงไม่กี่เม็ดด้วย”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
ต่อมาบ่าวรับใช้ก็ยกอาหารจานใหม่มา
เป็นเนื้อสีขาวนวลเจือด้วยสีแดง
สุนัขขาวชี้แจงด้วยเสียงเบาเช่นเคย “คุณชายอาจจะดูไม่ออก แต่นี่คือเนื้อปู เป็นส่วนของก้ามปู เพียงแต่ปูทะเลส่วนใหญ่นั้นดุร้าย เป็นอันตรายต่อคนแคระนัก ยิ่งถ้าไม่ใช่ช่วงที่พวกมันลอกคราบ กว่าจะจับปูมาได้แต่ละครั้งก็ต้องใช้กำลังคนเป็นจำนวนมาก”
ซ่งโหยวพยักหน้า ตอนนี้เขาสรุปได้ว่า
สิ่งเหล่านี้คืออาหารธรรมดาในโลกภาย