“เจ้าตัวเล็กลงหรือ”
“ใช่แล้ว”
“หืม”
แม่นางสามสีก้มหน้าลงเล็กน้อย จ้องมองนักพรตหนุ่ม ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้าง รู้สึกมหัศจรรย์ใจยิ่งนัก
แต่ก่อนยามนางมองเขา ส่วนใหญ่ต้องแหงนหน้าจนสุดคอ ทว่าครานี้นางเพียงแค่ตั้งศีรษะให้ตรง ก็สามารถสบตากับเขาได้แล้ว กระทั่งยามนางยืนตัวตรง ดวงตาของเขายังอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาของนางเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ
นักพรตน้อยผู้นี้ไยจึงน่าสนใจถึงเพียงนี้
แม่นางสามสีรู้สึกว่าเริ่มจะควบคุมอุ้งเท้าของตนเองไม่อยู่ อยากจะยื่นไปเขี่ยเขาดูสักที แต่ยังดีที่ยั้งใจไว้ได้ทัน นางจ้องมองเขาเขม็งแล้วถามเสียงจริงจัง “ทำไมเจ้าถึงตัวเล็กลงเล่า”
“เพราะพวกเรามาถึงอาณาจักคนแคระแล้ว”
“อาณาจักคนแคระ!”
“ใช่แล้ว”
“มาถึงอาณาจักคนแคระแล้วจะตัวเล็กลงหรือ”
“เป็นเช่นนั้น”
“แล้วทำไมแม่นางสามสีถึงไม่ตัวเล็กลงเล่า”
“เพราะแม่นางสามสีไม่ใช่มนุษย์กระมัง”
“แล้วคนในอาณาจักคนแคระทุกคนตัวเท่าเจ้าหมดเลยหรือ”
“คาดว่าคงเป็นเช่นนั้น”
“คาด… ว่า…”
แม่นางสามสีทวนคำเบาๆ พลางส่ายหัวไปมา นางเงื้ออุ้งเท้าขึ้นแล้ววางลงอยู่หลายครา แสดงถึงความสับสนปนขัดแย้งในใจ ยามนี้นักพรตหนุ่มหันมามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวยาวๆ ข้ามผ่านหางของนางไป เดินตรงไปยังไม้เท้าไผ่ที่ตอนนี้ดูหนากว่าตัวเขาเสียอีก แม่นางสามสีรีบนั่งลงตัวตรง จ้องมองนักพรตจิ๋วตาเขม็ง ดูว่าเขาจะหยิบไม้เท้าขึ้นมาได้อย่างไร
ทว่าเห็นเพียงนักพรตหนุ่มชี้นิ้วลงไปแล้วเริ่มร่ายคาถา