พียงทัศนียภาพที่แตกต่างกันเท่านั้น” ซ่งโหยวเอ่ยตามความสัตย์จริง “นับตั้งแต่พวกเรามาถึงทะเล ทิวทัศน์ที่พานพบระหว่างทางก็มักจะทำให้พวกเราตื่นตาตื่นใจอยู่บ่อยครั้ง”
“ท่านนี่มีรสนิยมล้ำเลิศนัก!”
“ท่านก็ชมเกินไปแล้ว”
“เบื้องหน้าไปอีกสิบลี้จะมีม่านหมอกหนาปกคลุม เล่ากันว่าท่ามกลางหมอกนั้น แม้แต่ปีศาจหรือเทพพรายในทะเลที่แก่กล้าก็ไม่อาจจำแนกทิศทางได้ ภายในหมอกยังมีเกาะร้างมากมายซับซ้อนราวกับเขาวงกต มีเพียงผู้มีวาสนาที่บังเอิญมาเยือนถูกเวลาเท่านั้นจึงจะเข้าไปยังอาณาจักรคนแคระได้ ข้าไม่รู้ว่าคนที่อื่นจะหาทางเข้าได้หรือไม่ แต่จากบรรดาราษฎรของสามอาณาจักรนี้ มีเพียงข้าผู้นี้ที่รู้ทาง”
สุนัขขาวเริ่มบอกเล่าเรื่องราวของอาณาจักรคนแคระให้ซ่งโหยวฟัง
“เหล่าปราชญ์จากทั้งสามอาณาจักรต่างพากันกล่าวว่าข้าล่วงรู้เส้นทาง บ้างก็ลือไปถึงขั้นว่าข้ามีคาถาสำหรับเข้าอาณาจักรคนแคระ เพียงแต่ข้าถือสัตย์ปฏิญาณจึงไม่ยอมแพร่งพรายออกไป เหอะ… ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งสิ้น คราแรกที่ข้าเข้าไปได้ก็เพราะเหตุบังเอิญ เพียงแต่ข้าถูกชะตากับกษัตริย์และเหล่าผู้ทรงเกียรติที่นั่น เมื่อจากมาแล้วก็กลายเป็นว่าจำเส้นทางเข้าออกได้โดยปริยาย หากถามเรื่องความลับ ข้าย่อมรักษาคำพูด ทำตามที่คนใหญ่คนโตในอาณาจักรกำชับไว้อย่างเคร่งครัด ไม่เคยแพร่งพรายแก่ผู้ใด แต่หากจะให้บอกเส้นทางจริงๆ ข้าก็บอกไม่ถูกเช่นกัน”
“นั่นคงเป็นเพราะท่านมีวาสนาต่อกัน