น้ำไป”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมาก”
หนึ่งคนหนึ่งสุนัขประสานมือคำนับลากัน
จากนั้นสุนัขขาวก็ไม่ลังเล หันหลังกระโดดลงสู่ผืนน้ำทะเลทันที
ท่ามกลางหมอกหนา สุนัขขาวว่ายน้ำออกไป เพียงครู่เดียวร่างนั้นก็เริ่มเลือนราง และครั้นเลี้ยวผ่านเกาะแก่งก็หายลับไป
“…”
ซ่งโหยวละสายตากลับมาพลางอมยิ้มเล็กน้อย
สุนัขตัวนี้ช่างดูเหมือนผู้ทรงธรรมจริงๆ
รับปากไว้แล้วก็ต้องทำตามที่ว่า
เขาจึงนั่งลงกับพื้นเรือ เหลียวมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดน่ามองก็เงียบไป เห็นเพียงแม่นางสามสีนั่งตัวตรงอยู่บนเรือ แกว่งหางปัดฝุ่นไปมา ขณะเดียวกันก็จ้องมองไปยังทิศทางที่สุนัขขาวว่ายน้ำไปเช่นกัน
แม่นางสามสีคล้ายจะรู้สึกตัว พลันหันกลับมาสบตากับซ่งโหยว
“ดูเหมือนเจ้าจะมีเรื่องให้ขบคิด”
“เรื่องให้ขบคิด!!”
“ความรู้สึกนึกคิดน่ะ”
“…”
แววตาของแม่นางสามสีนั้นกลมโต เปล่งประกายฉายแววฉลาดเฉลียว นางลังเลอยู่นานก่อนจะหันหน้ากลับไป ไม่มองซ่งโหยวอีก แต่ถึงกระนั้นก็ยังเอ่ยเสียงเบา “ดูเหมือนหมาแมวที่อาณาจักรเหล่านั้นจะฉลฃาดยิ่งกว่าแม่นางสามสีเสียอีก…”
“เป็นไปได้อย่างไร”
ซ่งโหยวตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด
“เมี๊ยว”
เจ้าแมวพลันหันกลับมาอีกครั้ง
“ความฉลาดไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว ความฉลาดมีหลากหลาย แต่ละคนล้วนแสดงปัญญาออกมาด้วยวิธีและแง่มุมที่ต่างกัน” ซ่งโหยวโน้มตัวลงสบตากับดวงตาสีอำพันของแม่นางสามสี “ยกตัวอย่างเช่น ข้าถนัดการเรียนรู้อาคม นี่คือความฉลา