เมล็ดถั่วที่ไร้ซึ่งจุดเด่นใดๆ เมื่อมองใกล้ๆ ขาแต่ละข้างของยักษ์แรดขาวนั้นช่างเหมือนกับเสาค้ำฟ้า ร่างต้นของแรดขาวก็ใหญ่โตมโหฬารประดุจขุนเขาที่พุ่งชนเคลื่อนที่ไปบนผิวน้ำ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงจ้าวสมุทรผู้นั้นเลย
ลำแสงเทพพุ่งทะลวงมหาสมุทร เพลิงกัลป์แผดเผาหยาดฝนแห่งนภา
ควันดำบดบังราวม่านเมฆ แววตาสว่างวาบราวสายฟ้า
อสนีบาตฟาดกระจายไปทั่วทุกทิศบนผิวน้ำ
ทว่าในไม่ช้า ทั้งสองฝ่ายก็พลันสังเกตเห็นเรือลำน้อยลำนี้เข้าจนได้
ทั้งสองฝ่ายต่างทอดสายตามองมายังจุดเดียวกัน
เห็นเพียงนักพรตหนุ่มยืนหยัดอยู่บนเรือ มือถือไม้เท้าค้ำกายไว้
แรดขาวที่กำลังพุ่งชนพลันหยุดชะงักฝีเท้า ยักษ์แรดขาวที่กำลังบีบหางมังกรทะเลไว้ก็เผลอปล่อยมือออก ทั้งสองฝ่ายถึงกับยืนตะลึงลานไปในทันที
แม้แต่จ้าวสมุทรเองก็จำพวกเขาได้ลางๆ
สุนัขขาวที่ทั้งประหม่าและตื่นเต้นเบิกตากว้างมองภาพเหตุการณ์นี้ ในใจมันคาดการณ์ตอนจบไว้หลายรูปแบบ ทว่านึกไม่ถึงเลยว่า เพียงแค่นักพรตผู้นี้ปรากฏกายโดยยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายก็พลันยุติลง
แม้แต่คลื่นยักษ์ก็เริ่มสงบนิ่งลงตามลำดับ
“เหตุใดทั้งสามท่านจึงมาต่อสู้กันที่นี่”
มีเพียงเสียงของนักพรตที่แว่วดังออกมา
“ทะ… ท่าน…”
ยักษ์แรดขาวเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน มันหันมองซ้ายทีขวาทีแล้วเอ่ยอย่างงุนงง “เหตุใดท่านจึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้”
“เรื่องราวที่เขาเยี่ยซานจบสิ้นลงแล้ว ข้าจึงท่องเที่ยวไปทั่วหล้า ได้ยินว่าในท้อ