ตนอยู่แต่ในทะเล ทว่าก็พอจะล่วงรู้ถึงความเก่งกาจของเหล่านักพรตจากต้าเยี่ยนในยุคบรรพกาลมาบ้าง หากเป็นเพียงจอมมารสองตนนี้ เขายังพอจะมีกำลังเข้าต่อกร หรืออาศัยชัยภูไม่ที่ได้เปรียบมาชิงเป็นฝ่ายเหนือกว่าได้ ทว่าหากต้องพ่วงเอานักพรตที่แม้แต่แรดขาวสองตนนี้ยังต้องเกรงขามเข้ามาด้วย เขาพิจารณาแล้วว่าตนเองไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงเสียงที่ดังแว่วมาจากม่านเมฆ ทว่ายังคงไว้ซึ่งความสง่างาม
“ที่ว่าต่างฝ่ายต่างอยู่นั้น คืออย่างไร”
“…”
ซ่งโหยวไม่ได้ตอบ เพียงปรายตาไปมองจอมมารทั้งสอง
“ท่านเซียนมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพวกเรา พวกเราย่อมปฏิบัติตามบัญชาของท่านเซียนอย่างเคร่งครัด!”
“เจ้างูทะเล! เดิมทีพวกข้านั้นอาศัยอยู่บนบก มาที่นี่หาได้มีเจตนาร้าย เพียงหวังจะบำเพ็ญตนอย่างสงบ หากไม่ใช่เพราะเจ้าที่คอยมารังควานหาเรื่องไม่จบสิ้น ใครจะอยากลงไปหาเรื่องเจ้าในน้ำกันเล่า”
เสียงของจอมมารทั้งสองดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าคำราม
“หากกล้าลงมาใต้บาดาล ข้าจักประหารพวกเจ้าให้สิ้น!”
จ้าวสมุทรกล่าวด้วยเสียงทุ้มลึก ก่อนจะเปล่งเสียงคำรามก้องกังวาน ร่างมหึมาพลันพุ่งดิ่งลงจากยอดเมฆ ร่างนับร้อยวาสะบัดพริ้วกลางเวหา ก่อนจะพุ่งลงสู่มหาสมุทร
พายุเริ่มสลายตัว คลื่นลมในทะเลค่อยๆ สงบนิ่งลง
เพียงไม่กี่อึดใจ เมฆหมอกก็จางหายไปจนดวงตะวันปรากฏขึ้นอีกครั้ง
แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา ท่ามกลางละอองน้ำที่ยังไม่เหือดแห้ง พลันปรากฏรุ้งกินน้ำทอพาดผ่า