บว่าพอจะช่วยแนะนำปราชญ์ท่านนั้นให้ช่วยชี้ทิศทางแก่ข้าได้หรือไม่”
“อาณาจักรคนแคระหรือ”
“ถูกต้องแล้ว”
“ท่านนักพรตจะไปที่นั่นด้วยเหตุใดกัน”
“ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมีสิ่งมหัศจรรย์ จึงอยากจะไปเยี่ยมชมสักครั้ง”
“อาณาจักรข้ามีปราชญ์ท่านหนึ่งที่เคยไปเยือนอาณาจักรคนแคระจริงๆ นั่นเพราะราษฎรส่วนใหญ่ในอาณาจักรคนแคระล้วนพลัดถิ่นมาจากต้าเยี่ยนเช่นกัน จึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ” ราชาสุนัขชะงักไปครู่หนึ่ง “ทว่าอาณาจักรคนแคระนั้นหาใช่ที่ที่ใครนึกจะไปก็ไปได้ หากไม่ใช่เพราะบุพเพสันนิวาสหรือโชคชะตาลิขิต ก็ต้องอาศัยความเพียรพยายามอย่างยิ่ง ปราชญ์ของข้าท่านนั้นแม้จะรู้วิธีการไป แต่เพราะท่านได้รับปากชาวอาณาจักรคนแคระไว้ จึงไม่ยอมปริปากบอกคนนอก อาณาจักรสุนัขยึดมั่นในความซื่อสัตย์เป็นหลัก ข้าจึงทำได้เพียงรับปากว่าจะช่วยแนะนำท่านให้ได้พบกับเขา แต่ไม่อาจรับรองได้ว่าเขาจะยอมนำทางท่านไปหรือไม่”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
ซ่งโหยวรู้สึกยินดีในใจ
เขาจึงอยู่ที่นี่ต่ออีกหนึ่งวัน ใช้ความพยายามไม่มากนัก ก็สามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสองอาณาจักรให้กลับมาสมัครสมานสามัคคีกันได้ดังเดิม ราชาสุนัขก็รักษาคำสัตย์ สั่งให้มหาเสนาธิการไปเชิญตัวปราชญ์ผู้นั้นมาแนะนำให้ซ่งโหยว
เรื่องราวอันน่าอัศจรรย์เหล่านี้ ช่างดูงดงามราวกับอยู่ในห้วงฝันเสียจริง
……………