ะเร่งหาผู้เชี่ยวชาญเส้นทางมานำทางให้ท่านแม่นางและท่านนักพรตทันที นอกจากนี้ยังมอบรางวัลตอบแทนอย่างงาม กระทั่งจะหล่อรูปเคารพของแม่นางสามสีประดิษฐานไว้ทั่วอาณาจักร ให้ราษฎรเคารพบูชาท่านในฐานะเทพเจ้าผู้พิทักษ์อาณาจักรไปตราบชั่วกัลปาวสาน!”
ถึงกับยกแม่นางสามสีมาอ้างก่อนหน้าซ่งโหยวเสียอีก ชั่วพริบตาเดียวแมวทุกตัวต่างจับจ้องมาที่หนึ่งคนหนึ่งแมวคู่นี้
แมวสามสีหันขวับไปมองซ่งโหยว ดวงตากลมโตสุกใสราวกับอำพัน
จากนั้นแมวที่เหลือทั้งหมดก็พากันหันไปมองซ่งโหยวตามนาง
“…”
ซ่งโหยวอมยิ้มน้อยๆ กล่าวกับแม่นางสามสีเพียงว่า “ให้แม่นางสามสีตัดสินใจเองเถิด”
แมวทุกตัวหันศีรษะกลับไปมองแม่นางสามสีอย่างพร้อมเพรียง
ดูไปแล้วก็น่าขันอยู่ไม่น้อย
แม่นางสามสีเผยสีหน้าเคร่งขรึม นั่งนิ่งไม่ไหวติง
กาลเวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปทีละน้อย
เหล่าขุนนางต่างเฝ้ารอคำตอบจากนาง
แมวทุกตัวย่อมรู้ดีว่า ด้วยอิทธิฤทธิ์ของแม่นางสามสี นางไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ ส่ง ‘แมวยักษ์’ ออกไปเพียงตัวเดียวก็พอจะสยบทั่วทั้งสมรภูมิแล้ว
“แม่นางสามสีเคยเป็นเทพแมว แต่บัดนี้… บัดนี้เป็นนักพรตแมวแล้ว” ในที่สุดแมวสามสีก็ยอมเปิดปาก “นักพรตบอกว่า พวกเทพเซียนหรือผู้วิเศษจะใช้คาถาอาคมสอดแทรกเรื่องราวทางโลกตามใจชอบไม่ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าแมวทั้งหลายต่างพากันเผยท่าทีผิดหวังออกมา
ส่วนซ่งโหยวนั้นเพียงสำรวมกายใจ สงวนท่าทีนิ่งสงบไม่กล่าววาจาใจ
เขาไม่เคยสอนแม่นางส