ม่ทราบว่ามีพลทหารวารีรุกล้ำเข้ามามากน้อยเพียงใดหรือ”
“เป็นสิบตัวเชียว!”
“ก็นับว่าไม่น้อย” ซ่งโหยวเม้มริมฝีปาก รักษาความสุภาพไว้พลางถามต่อ “แล้วได้สร้างความเสียหายอันใดบ้างหรือไม่”
“ความเสียหายนั้นยังไม่รุนแรงมาก” แมวลายเปรอะแค่นเสียง “พลทหารสุนัขแม้จะเก่งกาจ แต่ทหารเขตซาโจวของข้าก็ไม่ใช่พวกขี้โรค ไม่นานก็รวบตัวพวกมันไว้ได้ทั้งหมด”
“พลทหารสุนัขเหล่านั้นได้ขัดขืนหรือไม่”
“ย่อมต้องขัดขืนอยู่แล้ว มีบาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่าย ทว่าฝ่ายข้าวางกำลังทหารที่ซาโจวไว้หนาแน่นนัก พลทหารวารีเพียงสิบกว่าตัว ย่อมไม่อาจสร้างความปั่นป่วนได้”
“เช่นนั้น… เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ”
“เฮ้อ…”
แมวลายเปรอะได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้กล่าวอันใดต่อ เพียงแต่ถอนหายใจยาวแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่น
ดูท่าว่าในภายหลังพวกมันเองก็คงเริ่มฉุกใจคิดได้บ้างแล้ว
เพียงแต่ความเข้าใจผิดได้เกิดขึ้นแล้ว ทหารแมวและทหารสุนัขที่ล้มตายไปไม่อาจฟื้นคืน เมื่อรอยร้าวลึกซึ้งขึ้นและกาลเวลาผ่านไป การจะคลี่คลายเงื่อนปมนี้จึงกลายเป็นเรื่องยากยิ่ง
ซ่งโหยวเพิ่งจะคิดว่า ในเมื่อได้รับขวัญการต้อนรับจากพวกมัน หากเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ เขาก็ยินดีจะรับหน้าที่เป็นคนกลาง ช่วยคลี่คลายปัญหาให้ ทว่าคำพูดนั้นยังไม่ทันหลุดจากปาก ภายนอกก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเสียก่อน
กระทั่งทหารหลวงก็ไม่อาจรั้งตัวไว้ได้ แมวสอดแนมกระโดดเพียงปราดเดียวข้