ทกดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย บางตัวกระดอนกลับลงน้ำไป บางตัวก็ได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในเรือ
แม่นางสามสีผู้เกรียงไกรถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ จนกระทั่งฝูงปลาบินเริ่มซาลงนางจึงได้สติ รีบวิ่งไปที่หัวเรือ ยืดตัวขึ้นกางกรงเล็บ คอยตะปบจับปลาที่บินผ่านหน้าไปอย่างว่องไว บางครั้งถึงกับกระโดดขึ้นดักทาง
โลกใบนี้กลับกลายเป็นภาพฝันอันหอมหวานของนาง
โลกอันงดงามดุจความฝันปลอบประโลมจิตใจของแม่นางสามสีให้สงบนิ่งลง ให้นางได้เริ่มดื่มด่ำไปกับโลกอันวิเศษนี้ บางคราก็นั่งตกปลาบนเรือ บางคราก็ลงไปว่ายน้ำ บางคราก็ยืนสงบนิ่งอยู่บนหัวเรือทอดสายตามองไปไกล บางคราก็บำเพ็ญตบะหรือฝึกใช้ดาบสะบั้นวารี หลายครั้งมักจะพิงกายอยู่ข้างนักพรตเพื่อซักถามหรือพูดคุยกับเขา หรือไม่ก็นอนหมอบมองผิวน้ำอย่างเหม่อลอย ไม่ถวิลหาความรวดเร็วอีกต่อไป
อย่างน้อยก็ในระยะเวลาสั้นๆ นี้
ซ่งโหยวเองก็ได้เฝ้าชมตะวันยามอรุณและอัสดงกลางทะเลมาหลายครา ดื่มด่ำไปกับความงดงามของหมู่ดาวและริ้วเมฆแดงระเรื่อริมขอบฟ้า
เช้าวันที่ห้าของการออกทะเล สภาพอากาศไม่สดใสเหมือนวันก่อนๆ ท้องฟ้าเริ่มขุ่นมัว กระทั่งอุณหภูมิเหนือผิวน้ำก็ลดต่ำลงเล็กน้อย
นกนางแอ่นกางปีกร่อนมาตามลม ครั้นลงมาเกาะบนหัวเรือแล้วก็เอ่ยปากขึ้นทันที “คุณชาย ข้ายังไม่พบร่องรอยเกาะประหลาดพวกนั้นเลยขอรับ”
“นี่จ้านก ตอนเจ้าบินมาช่างดูเหมือนปลาบินนัก” แม่นางสามสีเอ่ยพลางจกปากเบาๆ วันนั้นนางจับปลาบินมาเยอะจนกินไม่