!”
“พายเรือเองก็น่าสนใจดีออก”
“แต่ทำแบบนั้นจะไปได้เร็วและไกลกว่านะ”
“แม่นางสามสีกล่าวมีเหตุผล” นักพรตสวมหมวกโต่วลี่พายเรือไปกลางทะเล ดูแล้วเหมือนชาวประมงนัก เขายิ้มให้เจ้าแมวพลางเอ่ย “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากให้เรือวิ่งไวๆ เพราะอยากรีบกลับมาหากุ้งหาหอยริมชายหาดต่อ ที่แต่เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าส่วนลึกของมหาสมุทรนั้นจะสนุกต่างจากบนชายหาดหรือไม่”
“หือ”
“เจ้าเคยเห็นปลารวมตัวกันเป็นฝูง เหมือนฝูงนกบนฟากฟ้ายามต้องอพยพ หรือเหมือนตั๊กแตนที่รวมฝูงอาละวาดในอำเภอจี๋เยี่ยนหรือไม่ พวกมันจะว่ายเบียดเสียดกันจนเกิดเป็นพายุหมุนหรือกระแสน้ำวนใต้ท้องทะเล”
“หือ”
“เจ้าเคยเห็นปลาที่มีสีสันละลานตา รูปร่างแปลกประหลาดไม่ซ้ำกัน ซ้ำยังเข้ามาว่ายใกล้ๆ เจ้าอย่างไม่คิดหวาดกลัวบ้างหรือไม่”
“เอ๋”
“เจ้าเคยเห็นปลาขนาดตัวใหญ่ยักษ์ ใหญ่ยิ่งกว่าเรือของเรา กระโดดพ้นน้ำอวดหน้าท้องขาวนวลก่อนจะทิ้งตัวกระแทกผืนน้ำจนเกิดเสียงดังสนั่นบ้างหรือไม่”
“…”
“พวกเราเดินทางช้าลงเพื่อจะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่ไม่เคยพบเห็นเหล่านี้อย่างไรเล่า” น้ำเสียงของซ่งโหยวนั้นช่างอ่อนโยน “แน่นอนว่าที่กล่าวมาทั้งหมด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งที่แม่นางสามสีอยากเห็น ส่วนสิ่งที่ข้าอยากเห็นนั้นมีมากกว่านั้นเสียอีก ดังนั้นเราจึงต้องเดินทางช้าๆ”
“เหมือนตอนปีนเขาไปดูดาวเลย!!”
“ถูกต้องที่สุด”
ซ่งโหยวยิ้มพลางเอ่ยกับนาง “แม่นางสามสีเฉลียวฉลาดขึ้นทุกวัน ข้าพูดเพียงสั้นๆ ก็