ก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใต้ทะเลนั้นอุดมสมบูรณ์เพียงใด”
“หือ”
“ตกกลางคืนน้ำทะเลจะสูงขึ้น คลื่นจะพัดเอาสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในทะเลขึ้นมาบนหาดทราย บางตัวอาจกลับไปได้ แต่บางตัวก็จะติดอยู่บนหาดทราย หรือติดอยู่ในแอ่งน้ำตื้น เช้าวันพรุ่งนี้จะมีชาวบ้านในแถบนี้มาหาของทะเลกัน มีทั้งหอย มีทั้งปลา แม่นางสามสีเรียนรู้วิชาจากพวกเขาแล้วออกตามหาพวกมันด้วยตนเองได้นะ” น้ำเสียงของซ่งโหยวอ่อนโยนนัก “ด้วยความสามารถของแม่นางสามสี ข้าเชื่อว่าเจ้าจะเรียนรู้ได้เร็วมาก และคงหาได้มากกว่าพวกเขาเสียอีก ส่วนใหญ่มีรสชาติอร่อยกว่าปูพวกนั้นเสียอีก”
คำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค กลับทำให้แม่นางสามสีเบิกตากว้าง ในใจเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้า
“แล้วเจ้าจะกินไหม”
“หากดูแล้วว่าตัวไหนกินได้ก็กิน”
“กินได้ก็กิน?”
“พวกกุ้งหอยปูปลาส่วนใหญ่ข้ากินได้หมด อ้อ ยกเว้นพวกตัวเล็กๆ นะ หอยมุกบางชนิดก็กินได้”
“เช่นนั้นคืนนี้แม่นางสามสีจะไปจับมา!”
“ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรือ!”
“ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนเถิด”
ซ่งโหยวจิบน้ำมะพร้าวพลางทอดสายตามองไปที่ขอบฟ้า รับลมทะเล ฟังเสียงคลื่น ไม่มีหลังคา ไม่มีกระโจม พูดคุยกับเจ้าแมว กายและใจล้วนเป็นอิสระ เพียงปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป
“พักผ่อนให้เต็มที่~”
เด็กหญิงตัวน้อยทวนคำของเขา
แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองท้องทะเล
ยามนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว มีเพียงแสงอัสดงอันอ่อนโยนที่สาดส่อ