วยผ่ามะพร้าวให้ข้าด้วย!” ซ่งโหยวกล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังอธิษฐานขอพร
“ได้เลย!”
แม่นางสามสีตอบรับในทันที
นางแปลงกลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อย กอดมะพร้าวลูกกลมโตแทบจะบังร่างนางมิดไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกมือหนึ่งถือดาบสะบั้นวารีไว้ ขณะเดียวกันก็พลิกไปพลิกมาเพื่อสำรวจ พลางเขย่าฟังเสียงน้ำอยู่สักพักกว่าจะกล้าลงมีด
นอกจากดาบสะบั้นวารีจะควบคุมสายน้ำได้แล้ว ใบดาบก็ยังคมกริบนัก จะผ่ามะพร้าวสักลูกจึงไม่ใช่เรื่องยากอันใด
ไม่นานนักแม่นางสามสีก็ยื่นมะพร้าวให้เขา
“เรียบร้อยแล้ว!”
“ขอบใจแม่นางสามสีมาก”
“ไม่เป็นไร!”
ซ่งโหยวยกลูกมะพร้าวขึ้นดื่มน้ำในนั้น
รสชาติค่อนข้างจืด ไม่ได้หอมหวานอย่างที่จินตนาการไว้
ส่วนแม่นางสามสีก็นั่งถือดาบสะบั้นวารีอยู่ข้างๆ คอยเงยหน้ามองตอนเขาดื่ม แม้สีหน้าจะเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ในใจกลับรู้สึกภาคภูมิใจนัก
“แม่นางสามสีก็เอาไปสักลูกสิ”
“บนต้นเหลือไม่กี่ลูกแล้ว เจ้าเอาแต่เลือกกิน เช่นนั้นก็เก็บไว้ให้เจ้าดื่มดีกว่า แม่นางสามสีกินปูพวกนี้ก็อิ่มแล้ว”
“แม่นางสามสีพูดผิดแล้ว” ซ่งโหยวนั่งพิงต้นมะพร้าว ชื่นชมทัศนียภาพอันไกลโพ้นสุดขอบฟ้าที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีเพลิง พลางเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “บนต้นนี้อาจเหลือไม่กี่ลูก แต่บนหาดทรายแห่งนี้ยังมีต้นมะพร้าวอีกนับไม่ถ้วนนะ”
“หือ…”
เด็กหญิงตัวน้อยหันไปมองไกลออกไป
“ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางสามสียังไม่รู้เลยว่าริมทะเลยังมีเรื่องสนุกอะไรอี