้นมาผลหนึ่งแล้วกล่าวกับอีกฝ่ายว่า “ที่อี้โจวยังพอหาลิ้นจี่แบบนี้ได้ ผิดกับที่ฉางจิง”
“ก็จริง…”
“หากได้กินแบบเย็นๆ คงจะอร่อยยิ่งขึ้นไปอีก”
“แบบเย็นๆ หรือ”
“ใช่แล้ว”
ว่าแล้วซ่งโหยวก็โบกมือใส่จานลิ้นจี่
ภายในห้องพลันมีไอความเย็นพัดเข้ามา
ผู้พิพากษาหลู่รู้สึกอัศจรรย์ใจยิ่งนัก เขารีบยื่นมือไปสัมผัสลิ้นจี่ ทว่าเพียงแตะเบาๆ ก็สะดุ้งจนต้องชักมือกลับมาเสียแล้ว
ผิวลิ้นจี่เย็นเฉียบ ราวกับเพิ่งผ่านการแช่น้ำแข็งมา
“คุณชายมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้าจริงๆ”
“เพียงแสดงอาคมเล็กๆ น้อยๆ ให้ท่านดูเท่านั้น หวังว่านี่จะเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับท่าน ถือเป็นการตอบแทนไมตรีที่ท่านให้การต้อนรับข้าในครั้งนี้”
ซ่งโหยวกล่าวพลางแกะเปลือกลิ้นจี่ในมือ เขาไม่ได้แกะให้ตนเอง แต่กลับยื่นลงไปให้เจ้าแมวบนม้านั่ง เจ้าแมวอ้าปากคาบผลไม้ในมือของเขา ปากเล็กๆ แตะโดนมือเขาเบาๆ ทำให้ยามที่เขาแกะลิ้นจี้ลูกต่อมาถึงได้กลิ่นคาวปลาทะเลลอยมาจางๆ
“คุณชายพักอยู่ที่นี่ต่อก่อนเถิด”
“ขอบคุณท่านมาก แต่ข้าขอพักเพียงคืนเดียวก็ซาบซึ้งใจมากพอแล้ว ไม่รบกวนนานหรอก” ซ่งโหยวเว้นไปครู่หนึ่ง “ข้าลองสังเกตท้องฟ้าดูแล้ว ช่วงนี้อากาศยังดีอยู่ พรุ่งนี้ข้าจะไปซื้อเรือ พักผ่อนที่ริมชายหาดสักพักแล้วค่อยออกเรือ”
“ช่วงนี้อากาศดีจริงหรือ ทั้งที่คืนนี้ฟ้าครึ้มแท้ๆ”
“ฝนตกแค่คืนเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้อากาศก็แจ่มใสแล้ว”
“อืม…”
ผู้พิพากษาหลู่รับฟังไว้แต่ถึงกระนั้นก็ยังรู้ส