ตามหาสิ่งของบางอย่าง หากจ้าวสมุทรเป็นมังกรจริงดั่งที่ว่าก็ถือว่าช่วยข้าเปิดหูเปิดตา แต่หากไม่ใช่ ข้าก็หาได้เกรงกลัวไม่ ที่สำคัญคือข้าต้องตามหาสิ่งนั้นให้พบต่างหาก”
“เรื่องนั้น… ปัดโธ่ท่านนี่…”
ผู้พิพากษาหลู่ได้ฟังดังนั้นก็ไม่ได้ซักไซ้หรือเหนี่ยวรั้งต่อ “เช่นนั้นท่านคงต้องซื้อเรือออกทะเลเองเสียแล้ว ข้าคิดว่าคงหาคนพาท่านออกทะเลยากนัก”
“เช่นนั้นข้าคงต้องลงมือเองแล้ว”
“เฮ้อ ดูท่าคุณชายจะตั้งมั่นแน่วแน่เหลือเกิน” ผู้พิพากษาหลู่ถอนหายใจยาวก่อนจะกล่าวต่อ “ช่วงก่อนหน้านี้คลื่นลมในทะเลค่อนข้างรุนแรง ช่วงนี้จึงมีไม่กี่คนที่กล้าออกทะเล บรรดาผู้ที่ฝากชีวิตไว้กับท้องทะเลต่างก็ใช้ชีวิตลำบากนัก หากคุณชายต้องการซื้อเรือก็นับว่าสะดวกยิ่ง ส่วนเรื่องราคานั้น ข้าจะให้คนท้องถิ่นที่ทำงานอยู่ในศาลากลางติดตามท่านไป เผื่อจะซื้อเรือได้ในราคาที่สมเหตุสมผลสักหน่อย”
“ขอบคุณท่านมาก”
“ไม่เห็นต้องกล่าวเช่นนั้นเลย” ผู้พิพากษาหลู่กล่าวต่อ “ว่าแต่คุณชายพายเรือและหาทิศทางเป็นใช่หรือไม่”
“ข้ามีนกนางแอ่นเป็นสหายร่วมทาง เขาชำนาญการหาทิศทางนัก คงไม่หลงอยู่กลางทะเลหรอก” ซ่งโหยวกล่าว “ส่วนเรื่องพายเรือนั้น คงฝึกฝนสักระยะหนึ่ง ประจวบเหมาะกับที่แม่นางสามสีเองก็สนใจกุ้งหอยปูปลาในทะเลนัก ถือว่าได้พานางไปตกปลาเล่นก็แล้วกัน”
“เอ่อ…”
ผู้พิพากษาหลู่ยิ่งทวีคูณความกังวลขึ้นไปอีก
ซ่งโหยวเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยกยิ้มบางๆ เขาหยิบลิ้นจี่ขึ