สิ่งที่กล่าวมาเมื่อครู่ ก็จำต้องรอนแรมลึกเข้าไปในมหาสมุทรเป็นร้อยเป็นพันลี้…”
“หืม ไม่ค่อยสะดวกนักหรือ”
“หากเป็นเมื่อก่อนย่อมทำได้ มีคนประกอบอาชีพนำเที่ยวหาเลี้ยงปากท้องตน ทว่าเมื่อปีก่อนมีข่าวลือว่าจอมมารตนหนึ่งรุกล้ำเข้ามาห้ำหั่นกับจ้าวสมุทร หลังจากนั้นจ้าวสมุทรจึงมีอารมณ์แปรปรวนนัก เมื่อสองเดือนก่อนยังพอกระไรอยู่ แต่เมื่อไม่นานมานี้บรรดาคนออกทะเลทั้งหลายกลับเหลือรอดมาเพียงหยิบมือ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคลื่นลม ปีศาจใต้ทะเลหรือเพราะไปยั่วโมโหจ้าวสมุทรเข้ากันแน่…”
“เช่นนั้นข้าคงทำได้เพียงซื้อเรือหรือ”
“เพราะเหตุนี้การออกทะเลจึงเป็นเรื่องอันตรายยิ่งนัก!” ผู้พิพากษาหลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงวิงวอน “คุณชายอย่าออกไปเลยจะดีกว่า!”
“ท่านอย่ากังวลไปเลย ข้าพเนจรไปทั่วใต้หล้า ซ้ำยังพอมีวิชาอาคมติดตัวอยู่บ้าง หาได้หวั่นเกรงต่อปีศาจหรือคลื่นลมในทะเล ส่วนเรื่องจ้าวสมุทรนั้น ใจหนึ่งก็ปรารถนาจะไปพบปะเยี่ยมเยียนดูสักครา” ซ่งโหยวกล่าวพลางยิ้มละไม “อีกอย่างในเมื่ออุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่นี่แล้ว อย่างไรเสียก็จำต้องออกไปให้ได้สักหน”
“ต่อให้คุณชายพอจะมีวิชาอาคมอยู่บ้าง แต่จ้าวสมุทรเป็นถึงราชามังกรเชียวนะ แม้แต่เรือลำใหญ่ที่สุดก็เป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง รับมือไม่ง่ายเลยนะท่าน!”
“ท่านโปรดวางใจ…” ซ่งโหยวสัมผัสได้ถึงความจริงใจในน้ำเสียงของเขา จึงกล่าวตอบด้วยความสัตย์จริงว่า “ไม่ปิดบังท่าน ครั้งนี้ข้าตั้งใจออกทะเลไป