จะกินให้สำราญใจ แต่พอผ่านไปนานเข้า กลับกลายเป็นอาหารจำเจเสียอย่างนั้น กลายเป็นว่าที่นี่ขาดแคลนวัตถุดิบหลายอย่าง อยากกินอาหารอย่างอื่น ก็หากินยากนัก”
เมื่อซ่งโหยวได้ยินเช่นนี้ จึงได้รู้ว่าอาหารที่ผู้พิพากษาหลู่เตรียมไว้เต็มโต๊ะนั้นมีค่าเพียงใด
“พวกข้าออกพเนจรมาถึงที่นี่ ได้ยินข่าวเล่าลือแปลกประหลาดเกี่ยวกับดินแดนโพ้นทะเลมามากมาย จึงคิดจะออกทะเลไปสำรวจดูสักครา ลองเสี่ยงโชคดูว่าพอจะมีวาสนาได้พบเจอเรื่องราวอัศจรรย์เหล่านั้นด้วยตนเองหรือไม่ จึงอยากถามท่านว่า หากจะออกทะเลต้องไปที่ไหนถึงจะสะดวก แล้วจะเช่าเรือได้อย่างไร”
“หืม คุณชายคิดจะออกทะเลหรือ”
เมื่อผู้พิพากษาหลู่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป
“ใช่แล้ว…”
“คุณชายเคยได้ยินเรื่องอาณาจักรคนแคระ อาณาจักรยักษา ปีศาจใต้ทะเลหรือจ้าวสมุทรมาบ้างหรือไม่”
“ล้วนเคยได้ยินมาทั้งสิ้น” ซ่งโหยวเว้นไป “ทั้งยังได้ยินมาว่าอำเภอหลานอันที่อยู่ภายใต้การปกครองของท่านนั้นรุ่งเรืองและมั่งคั่งที่สุด ซ้ำแล้วยังออกทะเลง่ายสุด จึงได้ดั้นด้นมาที่นี่”
“ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอกท่าน”
ผู้พิพากษาหลู่ไม่ได้ลำพองใจในคำเยินยอ ทว่ากลับขมวดคิ้วมุ่น “หากคุณชายแค่อยากออกทะเลไปเที่ยวเล่น ตกปลา ล่องเรือไปตามชายฝั่ง ก็ให้ไปที่หมู่บ้านชาวประมงสักแห่ง หาชาวประมงสักคน จ่ายเงินเขาสักเล็กน้อย เขาก็พาท่านออกทะเลแล้ว หากข้าว่างนักก็ยินดีร่ำสุราไปพร้อมกับท่านเสียด้วยซ้ำ ทว่าหากท่านต้องการจะค้นหา