ซ่งกำลังมองดูภาพเหตุการณ์นี้อยู่ด้วยหรือไม่ และจะรู้สึกว่ามันน่าสนใจเหมือนที่เขารู้สึกหรือไม่
แต่ทันใดนั้น นักพรตเฒ่าที่กำลังนั่งบนหลังนกกระเรียนเหินฟ้าไปกลับก้มหน้าลงกวาดสายตามายังเบื้องล่าง ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา
“ไม่คิดเลยว่าท่านจะยังตื่นอยู่…”
ขุนนางหนุ่มชะงักงันไปทันที เขารีบทำตัวแข็งทื่อมิกล้าขยับเขยื้อน
แม้จะรู้ว่าเทพเซียนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีศีลธรรม ย่อมไม่ทำร้ายผู้คนโดยไร้เหตุผล แต่เขาก็เกรงว่าหากมีเทพองค์ใดองค์หนึ่งร่อนลงมาคารวะและสนทนากับเขาอย่างนอบน้อม ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา เสกให้เขาหลับใหลไปในบัดดล ครั้นตื่นขึ้นมาก็ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง
หากเป็นเช่นนั้น สู้โดนเทพเซียนทุบตีสักมื้อยังจะดีเสียกว่า
ทว่าสายตาของนักพรตเฒ่าผู้นั้นกลับเบนไปยังเบื้องหลังของเขาแทน
ซึ่งเป็นทิศทางที่นักพรตซ่งนั่งอยู่…
ถือว่าวิธีที่เหล่าดวงวิญญาณผู้กำลังจะจุติเป็นเทพเซียนใช้ปิดบังไม่ให้มนุษย์มองออกหรือมารบกวนนั้นน่าสนใจอยู่พอตัว ทว่ายามนี้ซ่งโหยวกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจแล้ว เพราะเขามองเห็นตัวตนที่แท้จริงของว่าที่เทพเหล่านี้ตั้งแต่ระหว่างทางขึ้นเขาตอนกลางวันแล้ว ไม่ว่าจะจำแลงกายหรือร่ายอาคมใดก็ล้วนมองออกทั้งสิ้น เขาเห็นมาตั้งแต่แรก บัดนี้จึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกตื่นเต้นแล้ว
ยามนี้เขาย่อมมองหาสิ่งอื่นแทน
เมื่อกลางวันเขาสัมผัสได้ถึงความลึกล้ำของพลังวิญญาณบนเขาแห่งนี้ ผสานกับที่ได้นำตำแหน่งทางภูมิศาสตร์มาเชื่อมโ