ไม่น้อยจนพอจะรู้รสนิยมของเขา และคาดหวังว่าจะได้คำตอบกลับมาได้ แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย โดยเฉพาะคำว่า ‘พินิจพิเคราะห์’ ซ่งโหยวก็ถึงกับยกยิ้มออกมา
เขารับรู้ได้ทันทีว่าตนจะได้รับคำตอบอันเป็นประโยชน์มหาศาลกลับมา
ซ่งโหยวจึงกล่าวกับเขา “ในใต้หล้านี้มีผู้ชมชอบทิวทัศน์และเรื่องราวพิสดารอยู่ไม่น้อย แต่ผู้ที่คิดจะไปสัมผัสด้วยตนเอง ทั้งยังรู้จักขบคิดแยกแยะจริงเท็จนั้นกลับมีอยู่เพียงหยิบมือ”
“ฮ่าๆ!”
คำชมนี้ช่างตรงใจขุนนางหนุ่มยิ่งนัก เขาหัวเราะร่าก่อนจะถามต่อ “คุณชายอยากฟังเรื่องใดเล่า”
“ข้าอยากรู้ว่าชายฝั่งล่างโจวและโพ้นทะเลมีตำนานพิสดารหรือทิวทัศน์แปลกตาอย่างไรบ้าง มิจำกัดว่าต้องเป็นเรื่องผีสางเทพยดา จะเป็นเรื่องใดก็ได้” ซ่งโหยวประสานมือกล่าวพลางทอดสายตามองไปยังที่ไกล “เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะรบกวนเวลาร่ำสุราเสวนากับสหายของท่านหรือไม่”
ขุนนางหนุ่มโบกมืออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะนั่งลง “ชายฝั่งล่างโจวไม่เหมือนที่หยางโจว ที่นั่นเป็นดินแดนห่างไกลและทุรกันดาร หากท่านจะไปเยือน ทางที่ดีควรจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นไปให้พร้อม เผื่อไปถึงที่นั่นแล้วจะหาที่จับจ่ายได้ยาก ดินแดนเช่นนั้นย่อมมีตำนานภูตผีปีศาจมากมาย แม้แต่ในทะเลก็มีเทพเจ้าแห่งท้องทะเล เช่นว่าห่างออกไปจากล่างโจวสองร้อยลี้ มีมังกรสถิตอยู่ มีผู้คนมากมายเคยเห็นกับตาเชียว” ชายหนุ่มเว้นจังหวะ “แต่หากจะพูดถึงตำนานที่ประหลาดที่สุด ฮี่ๆ ไม่รู้ว่าคุณชายหรือผู