้อื่นจะคิดอย่างไร แต่เท่าที่ข้าเคยได้ยินมา เห็นจะเป็นเรื่อง ‘อาณาจักรคนแคระ’ กลางทะเลชางจวิ้น”
“อาณาจักรคนแคระหรือ”
“เล่ากันว่าในทะเลชางจวิ้นมีเกาะเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง เกาะนั้นเล็กมากเสียจนหากเทียบกับเกาะที่มีชื่อระบุในบันทึกภูมิศาสตร์ของทะเลชางจวิ้นแล้ว เกาะอื่นๆ ยังดูใหญ่โตกว่ามาก ที่สำคัญเกาะนี้ไม่มีที่ตั้งแน่นอน เสมือนว่าลอยละล่องไปตามใจชอบในทะเลชางจวิ้น หรือบางทีก็ผลุบๆ โผล่ๆ เกาะแห่งนี้แลคืออาณาจักรคนแคระในตำนาน” ขุนนางหนุ่มหยุดชั่วครู่ “ตำนานว่าไว้ว่า ผู้คนในอาณาจักรคนแคระนี้มีขนาดตัวเท่าฝ่ามือ หรือพอๆ กับหนูตัวหนึ่งเท่านั้น หากคนนอกบังเอิญหลงเข้าไป ร่างกายก็จะหดเล็กลงตามไปด้วย แต่พอออกจากเกาะก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม ทว่านอกจากมนุษย์แล้ว สัตว์ชนิดอื่นกลับไม่เปลี่ยนขนาดเลย”
“ฟังดูน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก”
“ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น! ว่ากันว่าปูที่นั่นหนีบคนตายได้ ปลาตัวเล็กๆ เพียงตัวเดียวก็เลี้ยงคนได้ทั้งเมือง!” ชายหนุ่มฉีกยิ้มเล่าอย่างออกรส “สำหรับข้าแล้ว เรื่องผีสางเทพยดาที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ลึกล้ำนักหนา ยังสู้เรื่องอาณาจักรคนแคระนี้ไม่ได้เลย ต่อให้เป็นเรื่องมังกร… อย่างเช่นเรื่องมีคนเห็นหัวมังกรโผล่พ้นยอดเขาตอนเกิดแผ่นดินไหวที่เฟิงโจว แต่เรื่องพวกนั้นมีหรือพิสดารสู้เรื่องอาณาจักรคนแคระได้”
“ที่ท่านว่ามาก็จริง” ซ่งโหยวพยักหน้าเห็นพ้อง ก่อนจะถามต่อ “จากที่ท่านเล่า ดูเหมือนจะมีคนเคยไปเยือนเก