ว เพียงมองตากันแล้วถูกชะตา ก็เริ่มสนทนากันทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะไร้หัวข้อสนทนา เพราะการได้ร่วมยืนอยู่บนขุนเขาแห่งนี้ ก็นับเป็นวาสนาและหัวข้อสนทนาชั้นเลิศแล้ว
มีเพียงนักพรตและเด็กหญิงน้อยเท่านั้นที่ยังคงนั่งขัดสมาธิ ท่วงท่านิ่งสงบดุจรูปสลัก สายตามองตรงไปยังเขาจุนเจ่อ ไม่แม้แต่จะเหลียวมองข้างทาง
แม้แต่ขุนนางหนุ่มแซ่เหวยก็ยังปลีกตัวกลับไปสนทนากับผู้เฒ่าแซ่สงอย่างนอบน้อม คราวนี้เขาเลิกหยั่งเชิงและทิ้งความคาดหวังส่วนตนไปสิ้น เพียงพูดคุยกับผู้เฒ่าสีหน้าเปี่ยมเมตตา เอ่ยวาจาอ่อนโยน ทว่าแฝงไปด้วยประสบการณ์ของผู้ที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนต่อไป กลับเป็นความอ่อนน้อมถ่อมตนที่มอบบทเรียนชีวิตอันล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใดให้เขา
สนทนากันอยู่พักใหญ่ เหล่าบัณฑิตและขุนนางคนอื่นๆ ก็เข้ามาทำความรู้จัก แล้วพากันพรรณนาถึงความงดงามของขุนเขาและท้องทะเล
ทว่านักพรตและเด็กหญิงตัวน้อยก็ยังคงนั่งนิ่งประหนึ่งหินผา แม้แต่สายตาก็ยังไม่วอกแวกไปไหน
แต่หากจะพูดให้ถูก ก็คงมีเพียงนักพรตเท่านั้นที่ไม่ได้วอกแวกเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเด็กหญิงน้อยนั้นเพียงแต่เลียนแบบท่าทางของเขาเท่านั้นเอง
ในเมื่อคิดจะเลียนแบบ ย่อมต้องคอยสังเกตอิริยาบถของนักพรต
ดังนั้น แม้ส่วนใหญ่แม่นางสามสีจะนั่งนิ่งไม่ไหวติง คอยจ้องมองเขาจุนเจ่อราวกับจะเสาะหาเคล็ดลับการฝึกตนให้มีอิทธิฤทธิ์แก่กล้าโดยเร็ว ทว่าในที่สุดก็อดมิได้ที่จะเหลือบมองไปยังนักพรตข้างกาย