นมาบ้างแล้ว
เขาไม่เคยได้ยินเรื่องราวนี้มาก่อนเลย แม้แต่ตอนก่อนจะถึงอำเภอหวงเหลียง หรือตอนถามทาง แม้กระทั่งตอนอยู่เชิงเขาก็ไม่เคยมีผู้ใดเล่าให้ฟัง
“เขาจุนเจ่อกลายเป็นยอดขุนเขาตั้งแต่เมื่อร้อยปีที่แล้ว ตำนานกล่าวว่าเมื่อมนุษย์ตายลงจะได้สำเร็จเป็นเซียน ยามจะขึ้นไปรายงานตัวบนสรวงสวรรค์ครั้งแรกจะต้องใช้เขาจุนเจ่อแห่งนี้เป็นทางผ่าน แต่ตอนนั้นยังมีคนมาปีนเขาไม่มากนัก เมื่อร้อยปีที่แล้วมีคนแซ่หลี่ผู้หนึ่งมาเยือนเขาแห่งนี้ ระหว่างทางเขาได้พบกับผู้เฒ่าหน้าตาใจดีช่างเจรจาผู้หนึ่งกล่าวว่าตนนั้นแซ่อ้าย ท่านหลี่เองก็ชำนาญการเสวนา บนเขาไร้ผู้ใด ทั้งสองจึงร่วมทางกันไป สนทนาพาทีกันอย่างถูกคอและคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนเกิดเป็นมิตรภาพอันแน่นแฟ้น”
ขุนนางหนุ่มเล่าต่อ
“ครั้นถึงยอดเขาก็หยุดพักครู่หนึ่งก่อนจะเตรียมตัวลงเขา ผู้เฒ่าอ้ายกลับประสานมือคำนับท่านหลี่แล้วบอกความจริงว่า ตนไม่ได้มาปีนเขาเที่ยวเล่น แต่กำลังจะไปรับตำแหน่งบนสวรรค์ต่างหาก”
“ผู้เฒ่าอ้ายเป็นชาวเฟิงโจว ครั้นยังมีชีวิตอยู่เป็นผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม เมื่อวายชนม์จึงได้ขึ้นเป็นเซียน ทำหน้าที่ดูแลคลังหลวงบนสวรรค์ หากเหล่าผู้สำเร็จเป็นเซียนจากแคว้นทางใต้จะขึ้นสวรรค์ไปรายงานตัวครั้งแรก จะต้องใช้เขาจุนเจ่อแห่งนี้เป็นทางผ่าน โดยช่วงเวลาที่จะขึ้นสวรรค์ได้นั้นจะตรงกับช่วงกลางเดือนสี่และกลางเดือนสิบของทุกปี ครั้นผู้เฒ่าเห็นว่าตนและท่านหลี่มีวาสนาต่อกั